• 11 กุมภาพันธ์ 2019 at 19:04

เมื่อตำนานแห่งการเดินทาง

บรรจบกับตำนานริมน้ำจันทบูรณ์​

หากมีคนถามว่า การเดินทางคืออะไร? ฉันตอบง่ายๆ ว่า คือการเปิดประสบการณ์ใหม่ ซึ่งไม่เคยพบมาก่อน! และแน่นอนว่า จุดหมายและเพื่อนร่วมทางย่อมเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เช่นนั้น คงยากจะเกิดบันทึกแห่งความประทับใจ หลังจากจบทริปแห่งการใช้ชีวิตร่วมกัน

ฉันไม่ได้ตั้งโจทย์ยากเกินไปหรอก ในเมื่อได้เพื่อนสนิทก๊วนเดียวกัน 3-4 คน คอยร่วมหัวจมท้ายให้ทุกเส้นทางมีสีสัน และพาหนะคู่ใจ ที่พร้อมจะฝ่าฟันทุกอุปสรรคข้างหน้า อย่างฟอร์ด เอเวอเรสต์ มาเป็นเพื่อนคนที่เหลือ ซึ่งคอยนำและพาให้พวกเราก้าวไปข้างหน้า สู่ทุกจุดหมายที่ต้องการ

คุณเคยคิดปักหมุดเดินทางไปตามคำบอกเล่าแบบปากต่อปากของคนอื่นบ้างหรือเปล่า? แม้จะเสิร์ชหาข้อมูลและเส้นทางบนสมาร์ทโฟนของตัวเองแล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจกับเรื่องราวระหว่างทางข้างหน้า และกลัวเกรงกับหมุดหมายอันคลาดเคลื่อนจนขาดความมั่นใจ เลยยอมปล่อยผ่านทริปดีๆ อย่างน่าเสียดาย

ด้วยระบบแผนที่นำทางในฟอร์ด เอเวอเรสต์ใหม่ ซึ่งแสดงภาพบนหน้าจอมอนิเตอร์แบบ 3 มิติ จะช่วยคลายกังวลจากความไม่คุ้นเคยบนทุกเส้นทาง สมทบด้วยเสียงนำทางบอกขานอย่างแม่นยำ โดยไม่ทำให้การเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาผิดพลาด และแสดงเส้นทางการจราจรแบบเรียลไทม์ จะทำให้คุณเดินทางสู่หมุดหมายในเวลาอันสั้น

 

ยิ่งถ้าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยแล้ว ใครจะไปคาดคิดว่า ช่วงระยะเวลาเพียง 1 วัน จะทำให้ฉันกับเพื่อนๆ ไปได้ไกลถึงจันทบุรี อันเป็นจังหวัดเกือบจะไกลที่สุดทางภาคตะวันออก แม้ระยะทางอาจจะไกลอยู่สักหน่อย แต่ก็แค่บริหารเวลาการเดินทางให้ดี ด้วยการสตาร์ททริปแต่เช้าๆ ทุกอย่างก็จะลงตัวอย่างอัตโนมัติ

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ได้ชื่อว่าเป็นรถเอสยูวี หรือรถอเนกประสงค์รุ่นใหญ่ ให้ทัศนวิสัยการขับขี่ดีกว่ารถยนต์ปกติอย่างเห็นได้ชัด สมทบด้วยพละกำลังแรงเหมาะสมกับตัว บวกกับความสะดวกภายในอย่างครบครัน ทำให้พวกเราลืมหนทางอันแสนไกลไปเสียสนิท แค่แวะพักระหว่างทางบ้างตามระยะ ไม่ช้าก็เดินทางถึงชุมชนเก่าริมน้ำจันทบูรณ์

ที่นี่ไม่ใช่เพียงคงเอกลักษณ์ของอาคารที่พักอาศัยแบบดั้งเดิมเอาไว้ แต่ยังคงการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพแบบเก่าไว้อีกด้วย คุณจะพบปะกับรอยยิ้มอันเป็นมิตรตลอดเส้นทางเลียบริมน้ำจันทบูรณ์ ร้านกาแฟอันเป็นแหล่งรวมของชาวบ้านนั้นมีให้เห็นอยู่ ร้านขายหลากหลายแบบดั้งเดิม ยังวางจำหน่ายด้วยราคาย่อมเยา

ส่วนเรื่องอาหารการกินนั้นพวกเราไม่พลาดที่จะแวะไปร้านเจ๊อี๊ดอันเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวทะเลชื่อดังและเก่าแก่ในย่านนี้ ก้ามปูทะเลใหญ่ๆ ถูกลวกวางไว้ด้านบนเส้นหมี่เหลืองแบนมีสีสันน่าทาน ส่วนน้ำซุปก็มีรสอร่อยสูตรเฉพาะตัว เมื่อบวกเส้นเหนียวนุ่มละมุนทุกคำ ทำให้ผู้ร่วมทริปทุกคนต้องสั่งซ้ำเป็นชามที่สอง และหมดข้อสงสัยในความเป็นตำนานอร่อยแห่งริมน้ำจันทบูรณ์

​ ไม่ใช่เพียงของคาวอันเลื่องชื่อ ในเรื่องเครื่องดื่มจิบดับกระหายยามบ่ายสไตล์ชิลล์ๆ ก็มีร้านใหม่ๆ ให้เลือกเข้าไปนั่งผ่อนคลาย อย่างชีวาคาเฟ่ที่ตกแต่งอย่างปลอดโปร่ง โล่งสะอาดด้วยสีขาวสว่าง พร้อมดริ้งค์ เมนูไม่น่าพลาดด้วยประการทั้งปวงอย่างชาเขียวและโกโก้เย็น ที่ชงจนได้รสชาติอร่อยเข้มข้นแบบไม่หวงของ

​ หลังจากนั้น พวกเราเดินย่อยอาหารไปจนสุดทางเดิน แล้วจึงย้อนกลับมายังที่จอดรถ โดยระหว่างทางก็ไม่พลาดจะหาของติดไม้ติดมือกลับไป หลายคนคงคิดว่าจะเป็นพวกผลไม้อันเลื่องชื่อของจังหวัดนี้ แต่ผิดถนัด...ฉันเลือกเดินตรงไปยังแผงพริกไทยท่าใหม่ อันเป็นโอทอปขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรีเลยล่ะ มีให้เลือกแบบป่น แบบเม็ด ทั้งพริกไทยดำและพริกไทยธรรมดา

​    จะว่าไป การเดินทางครั้งนี้ก็น่าจะสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ฉันดันมีหมุดหมายอีก 2 แห่งซ่อนเอาไว้ในใจ และไม่รีรอจะปรึกษาสมาชิกร่วมทางทุกคน รวมถึงใช้โปรแกรมนำทางของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ช่วยคำนวนระยะทางและเวลาที่เหลือว่า เพียงพอจะไปแวะและกลับกรุงเทพฯโดยไม่ดึกดื่นเกินไปนักไม่ช้าพาหนะคันแกร่งก็พาพวกเราวิ่งลัดเลาะชายหาด สู่จุดชมวิวเนินนางพญา ได้ทันลิ้มรสปลาหมึกแดดเดียวกับน้ำจิ้มรสเด็ด โดยที่ตลาดไม่วายไปเสียก่อน จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปเก็บความประทับใจกับหมุดหมายสุดท้ายของวัน เดย์ ทริปครั้งนี้คือ เจดีย์กลางน้ำ บ้านหัวแหลม ได้ครบทุกรสชาติบรรยากาศทั้งริมน้ำจืดและน้ำเค็ม ​ถึงตรงนี้ ถ้ามีคนถามฉันอีกครั้งว่า การเดินทางคืออะไร? ​ฉันยังยืนยันคำตอบง่ายๆ เหมือนเดิม และที่เพิ่มเติมคือ สีสันในระหว่างการเดินทาง กับเพื่อนร่วมทางทุกๆ คนนั่นเอง!