• 6 มีนาคม 2019 at 13:44

Ford Ranger Raptor

 แม้ความท้าทายถึงขีดสุด ก็ไม่อาจหยุดความแข็งแกร่งของ

Ford Ranger Raptor ได้

 

          Ford Ranger Raptor ชื่อนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะมันคือโคตรรถกระบะพันธุ์แกร่งที่เหนือชั้นที่สุดในวงการรถกระบะของประเทศไทยในเวลานี้ โดยมาพร้อมกับสมรรถนะอันเร้าใจระดับ 213 แรงม้า ผสานกับระบบช่วงล่างอันแข็งแกร่งจาก Fox Racing พร้อมเทคโนโลยี Terrain Management System (TMS) ที่ช่วยให้ทุกอุปสรรคเป็นเรื่องง่าย สามารถลุยได้ในทุกสถานการณ์ อย่างเช่นทริปหฤโหด  "Ford Ranger Raptor – The Mysterious Journey" ที่ทาง ฟอร์ด ประเทศไทย ได้พาคณะสื่อมวลชนไปทดสอบสมรรถนะอันสมบุกสมบันของ Ford Ranger Raptor บนเส้นทางที่ยากลำบาก และสุดแสนจะ Unseen ณ เกาะลึกลับ

 

 

     โดยการเดินทางครั้งนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย ได้พาคณะสื่อมวลชนบินตรงไปยัง สนามบินภูเก็ต คาราวาน ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มุ่งหน้าไปยังเขาหน้ายักษ์ อุทยานแห่งชาติหาดท้ายเหมือง-เขาลำปี อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ด้วยรูปร่างของภูเขามีหน้าผาคล้ายใบหน้ายักษ์ จึงกลายเป็นที่มาของชื่อเรียกแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ โดยการเดินทางมาสัมผัสความงามของเขาหน้ายักษ์ต้องใช้การขับเคลื่อน 4 ล้อ เท่านั้น จึงจำเป็นต้องใช้รถออฟโรดสมรรถนะสูงถึงจะสามารถเดินทางเข้าไปยังจุดหมายได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย

 

 

       ซึ่งช่วงแรกของการเดินทางจากจังหวัดภูเก็ตไปจังหวัดพังงา เป็นการวิ่งบนถนนหลัก เพื่อทดลองการขับขี่ในโหมด Sport ที่สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบขับเคลื่อน 2H และ 4H โดย Ford Ranger Raptor ก็สามารถถ่ายทอดสมรรถนะอันเร้าใจออกมาได้อย่างโดดเด่น ซึ่งเป็นผลพวงมาจากขุมพลังขนาด 2.0 ลิตร Bi-Turbo สมรรถนะ 213 แรงม้า และแรงบิดสูงถึง 500 นิวตัน-เมตร ซึ่งแบ่งการทำงานของเทอร์โบลูกเล็ก และลูกใหญ่อย่างชัดเจน ซึ่งมอบสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ พร้อมเสียงคำรามอันดุดันเฉกเช่น Ford Mustang ซึ่งการขับขี่ในโหมด Sport นั้น จะสามารถลากรอบเครื่องยนต์ได้สูงกว่าโหมด Normal พร้อมทั้งปรับอัตราทดพวงมาลัยใหม่ที่มีความเฉียบคมมากยิ่งขึ้น การเข้าโค้งในความเร็วสูงตัวรถยังคงนิ่ง สามารถเกาะไลน์ได้อย่างเนียนตา และปลอดภัย

 

 

      เมื่อได้ทดสอบสมรรถนะอันเร้าใจของขุมพลังกันอย่างเต็มอิ่มแล้ว ก็ถึงคราวที่จะได้ทดสอบสมรรถนะอันแข็งแกร่งของระบบช่วงล่าง และเทคโนโลยีช่วยเหลือ Terrain Management System (TMS) ซึ่งมีให้เลือกใช้ด้วยกันถึง 6 โหมด ได้แก่ Normal, Sport, Snow/Gravel/Grass, Mud/Sand, Baja (บาฮา)  ซึ่งทั้ง 6 โหมดนั้น สามารถปรับเปลี่ยนได้จากปุ่มมัลติฟังก์ชั่นบนพวงมาลัย โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ทันทีตามสถานการณ์ต่างๆ โดยไฮไลท์ในการเดินทางไปเขาหน้ายักษ์ครั้งนี้คงต้องยกให้กับโหมด ขับเคลื่อน 4 ล้อ เท่านั้น สื่อมวลชนจึงใช้ระบบ 4x4 Terrain Management System (TMS) ในฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ โดยเลือกใช้โหมดโคลน/ทราย พร้อมกับ 4H หรือ 4L ทำให้การเดินทางเข้าไปยังจุดหมายได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย

 

     

 

          เมื่อชมความสวยงามทางธรรมชาติของเขาหน้ายักษ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ออกเดินทางต่อเพื่อไปยังเกาะลึกลับที่มีความสวยงาม และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ที่มีชื่อว่า "เกาะคอเขา" ซึ่งตั้งอยู่ที่ จ. พังงา โดยต้องข้ามน้ำ ข้ามทะเลโดยเรือเฟอร์รี่ที่ท่าเรือบ้านน้ำเค็มซึ่งเกาะคอเขาตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามันนอกจากจะมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ ป่าชายเลนผืนใหญ่ที่ทอดตัวทางทิศตะวันออก และหาดทรายขาวทางทิศตะวันตกแล้ว ยังมีร่องรอยความเจริญของวัฒนธรรมในอดีต เนื่องจากเป็นเมืองท่าค้าขาย และที่จอดเรือหลบมรสุม บ่งบอกประวัติศาสตร์ของเกาะแห่งนี้ที่มีมานานนับพันปี

 

          โดยการทดสอบสมรรถนะของ Ford Ranger Raptor ที่เกาะคอเขา นั้น ทางทีมงาน ฟอร์ด ประเทศไทย ได้จำลองการขับขี่ในทางทรายเตรียมไว้ให้สัมผัส ซึ่งอุปสรรคดังกล่าวก็ไม่สามารถทำอะไรเจ้า Ford Ranger Raptor ได้เลยแม้แต่น้อย เพียงเปลี่ยนโหมดการขับขี่ไปที่โหมด Mud/Sand พื้นทรายที่เขาว่าขับยาก ก็ไม่สามารถหยุดความแกร่งของ Ford Ranger Raptor ได้ โดยระบบจะเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนมาเป็น 4H ก่อนเท่านั้น เพียงเท่านี้ ระบบก็จะทำการปรับรอบเครื่องให้สูงขึ้น พร้อมปรับระบบป้องกันล้อหมุนฟรีให้ต่ำลง, พวงมาลัยจะมีความเบา และฉับไวยิ่งขึ้น เพื่อรองรับกับการหักเลี้ยวบนพื้นผิวที่หน่วงล้อ รวมไปถึงการเปลี่ยนเกียร์ในรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น เพื่อรักษาแรงบิดที่ล้อในการขับเคลื่อน เพียงเท่านี้ก็สามารถวาดลวดลาย และตะกุยทรายได้อย่างเมามันส์

 

 

        อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ กับการทดสอบขับขี่ในโหมด Baja (บาฮา) ซึ่งเป็นโหมดการขับขี่ออฟโรดแบบความเร็วสูง ซึ่งมีเฉพาะใน Ford Ranger Raptor เท่านั้น โดยในโหมดนี้ระบบจะทำการปรับระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และระบบเบรก ABS ให้ต่ำลง, รอบเครื่อง และพวงมาลัยจะเป็นแบบโหมด Sport ซึ่งมอบประสบการณ์ และฟิลลิ่งในการขับออฟโรดให้เร้าใจยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความปลอดภัยแบบสมบูรณ์แบบ โดยสามารถสาดโค้งแบบแรงๆ ชนิดที่ไม่ต้องแตะเบรคตัวรถก็เอาอยู่ หรือจะเป็นการโดดเนินแบบลอยมาทั้งลำ ระบบช่วงล่าง Fox Racing ก็สามารถจัดการได้อย่างอยู่หมัด ซึ่งต้องบอกเลยว่าช่วงล่างของ Ford Ranger Raptor นั้น ของเขาดีจริงๆ

           สำหรับใครที่อยากรู้ว่า Ford Ranger Raptor นั้น มันเทพขนาดไหน แนะนำให้ไปทดลองขับขี่ด้วยตัวเองที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ แต่จากบททดสอบในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า Ford Ranger Raptor คือโคตรรถกระบะ ที่เกิดมาแกร่งอย่างแท้จริง กับราคาค่าตัวที่ 1.699 ล้านบาท ที่แลกมาด้วยขุมพลังระดับรถสปอร์ตยังหนีไม่ออก, ช่วงล่างระดับโลก, โหมดการขับขี่ที่หาที่ไหนไม่ได้ มันช่างคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม!!!