• 27 มีนาคม 2019 at 18:13

THE 40th BANGKOK INTER NATIONAL

เปลี่ยนมุมมองใหม่ รถต้นแบบพลังงานทางเลือกชี้อนาคต ซูซูกิ Jimny ตัวจริงเปิดราคา 1.6 ล้าน

งานแสดงยานยนต์ยิ่งใหญ่แห่งปี บางกอกมอเตอร์โชว์เดินทางมาถึงครั้งที่ 40 ค่ายรถยนต์และจักรยานยนต์เข้าร่วมงานครบครัน ปีนี้เราได้เห็นรถยนต์ต้นแบบหลายค่ายเข้าร่วมงานคับคั่ง แล้วที่น่าสนใจคือเรื่องของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนั้นเป็นส่งชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม ที่จับต้องได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเราเริ่มเห็นทางเลือกของผู้ใช้เปลี่ยนไป ไม่ยึดติดกับแบรนด์ทว่าเลือกจะใช้สไตล์ของตัวเองเป็นตัวตัดสินใจ 

“บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์คร้ังที่40” มาภายใต้ แนวคิด “Enjoyment of Automobile” หรือ “สุนทรียภาพทางอารมณ์” กระตุ้นความเร้าใจในรสสัมผัสแห่ง  ความแรง ตื่นตากลับความล้า ยุคของเทคโนโลยีโฉมใหม่ ที่เพียบพร้อมด้วยความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยรถเด่นในงานนี้ มาเริ่มต้นกันที่ค่ายโตโยต้าที่เลือกนำเอาสุดยอดรถสปอร์ตในตำนานที่ห่างหายไปนานนำกลับมาใหม่

           Toyota GR Supra รถสปอร์ตในตำนานที่ทุกคนรอคอย ซึ่งมาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบของสมรรถนะ และดีไซน์สปอร์ตในทุกมิติ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้าง“ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better Cars) ซึ่ง GR Supra ได้ถูกพัฒนาภายใต้แบรนด์ “Toyota Gazoo Racing” โดยใช้ความเชี่ยวชาญในการออกแบบรถยนต์ ภายใต้แนวคิดของการพัฒนารถยนต์จากสนามแข่งสู่ท้องถนน (From Circuit To Road) ซึ่งประสบความสำเร็จจากรายการแข่งขันที่สำคัญของโลก อาทิเช่น FIA World Rally Championship (WRC) ในปี 2018 และการแข่งขัน Le Mans 24 ชม. GR Supra มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 3.0L 6 สูบแถวเรียง เทอร์โบชาร์จ ให้กำลัง 340 แรงม้า และอัตราเร่ง  0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.3 วินาที ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีจากสนามแข่ง สะท้อนถึงจิตวิญญาณของรถแข่งได้อย่างแท้จริง 

                 ขณะที่ค่าย MG เองได้แนะนำ MG ZS EV ซึ่งเป็นรถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าคันแรก เป็นยนตรกรรมที่ใช้เทคโนโลยีพลังงานทางเลือกใหม่ “NetGreen”ของ SAIC  โดดเด่นด้วยการเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์  (150 แรงม้า) และสามารถวิ่งด้วยความเร็วคงที่ได้ไกลสูงสุดถึง 428 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง หรือ 335 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ของยุโรป

รวมถึง ค่าย EA ก็นำ MINE SPA1 ซึ่งเป็นรถครอบครัวขนาด 5 ที่นั่ง ผลิตด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักเบา เสริมความแข็งแรงด้วยอะลูมิเนียมแพลตฟอร์ม อัตราความเร็วสูงถึง 140 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ใช้แบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออนขนาด 30 kWh พร้อมเทคโนโลยี STOBA ช่วยป้องกันการลัดวงจรจากภายในเซลแบตเตอรี่ สาเหตุหลักของการเกิดไฟไหม้  สามารถขับเคลื่อนให้วิ่งได้ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง โดยใช้เวลาชาร์จเพียง 15 นาที ด้วยระบบการชาร์จ แบบ Quick Charge และยังรองรับการชาร์จแบบ AC Normal อีกด้วย MINE SPA1

สำหรับมิตซูบิชิไม่พลาดงานนี้นำเอาสุดยอดรถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า อย่างมิตซูบิชิ อี-อีโวลูชั่น คอนเซปต์ ที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยวล้ำอนาคต และยังคงเอกลักษณ์ด้านการออกแบบของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่คุ้นเคยด้วย Dynamic Shield และดีไซน์ภายในห้องโดยสารแบบเส้นตรงแนวราบ (Horizontal) ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าทรงประสิทธิภาพ และมีแรงบิดสูง ระบบควบคุมแรงบิดด้วยระบบอิเลคโทรนิ พร้อมด้วยระบบเซ็นเซอร์ทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงที่สามารถประเมิน และปรับการทำงานให้ช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่มีทักษะและความชำนาญในการขับขี่แตกต่างกัน  รวมถึงยังได้นำ มิตซูบิชิ ไทรทัน แอบโซลูท ประกอบด้วยชิ้นส่วนและอุปกรณ์พิเศษสำหรับติดตั้งรอบคัน พร้อมด้วยโลโก้ ‘ABSOLUTE’ มาร่วมโชว์เพื่อเอาใจสายลุย  แต่ว่ายังไม่ได้จำหน่ายจริงยังถือเป็นรถต้นแบบเช่นกัน

แล้วอีกค่ายน่าสนใจอย่างยิ่งเป็นที่จับตามอง สำหรับการมาถึงของซูซูกิ Jimny  เป็นที่มีเรื่องราวยาวนานของซูซูกิ มีรูปทรงกะทัดรัดที่เป็น Authentic 4WD พร้อมใช้งานในทุกสภาพการขับขี่และภูมิประเทศที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งาน มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ALLGRIP PRO และ Low Transfer Gear ที่สามารถปรับการทำงานระหว่างระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและ 2 ล้อ ราคา 1.5 -1.6 ล้าน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ก็ เปิดตัวรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 3  Mercedes-Benz S 560 e สุดยอดรถยนต์หรูแห่งยุค รุ่นประกอบในประเทศ เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด เจนเนอเรชั่นที่ 3 ภายใต้แบรนด์ EQ อย่าง “Mercedes-Benz S 560 e” ซาลูนหรูรุ่นประกอบ ในประเทศที่สามารถขับเคลื่อนโดยใช้ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลกว่าเจนเนอเรชั่นที่แล้วสูงสุดถึง 60% ใช้เครื่องยนต์เบนซินวี 6 ที่มีกำลัง 367 แรงม้า (270 กิโลวัตต์) และมอเตอร์ไฟฟ้าแบบอีคิวพาวเวอร์ที่ให้กำลัง 90 กิโลวัตต์

Jaguar I-Pace อินช์เคป ประเทศไทย ก็เป็นอีกค่ายที่ประกาศเปิดตัวรถยนต์พลังไฟฟ้า Jaguar I-Pace ซึ่งมาในรูปแบบรถสปอร์ต SUV แบบห้าที่นั่ง เพื่อส่งจากัวร์สู่ตำแหน่งผู้นำแห่งวิวัฒนาการยานยนต์พลังไฟฟ้า จุดเด่นสำคัญของ I-Pace คือ สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุดที่ 470 กม.ต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง ทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 4.8 วินาที มีพละกำลัง 400 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 696 นิวตันเมตร ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ชนิด Pouch cells ที่มีน้ำหนักเบาและใช้พื้นที่ในการจัดเก็บน้อย ขนาด 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง

มาสด้ามาแรงส่งรถต้นแบบ KAI CONCEPT ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมาสด้าในอนาคต รวมถึงเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์สไตล์แฮตช์แบค นี่คือรถต้นแบบจากมาสด้า ที่กำลังจะพาทุกท่านเข้าไปสู่รถยนต์ในเจเนอเรชั่นใหม่ มีการออกแบบที่เฉียบคม สวยงาม ลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออก และทำให้เกิดการออกแบบรถแฮตช์แบคที่มองเห็นถึงความแข็งแรง แสดงออกถึงศิลปะและสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น ภายใต้ KODO Design

  อีกรุ่นที่น่าสนใจเป็นรถพลังงานไฟฟ้า Audi e-tron 55 quattro  ราคา 5,099,000 บาท  โดดเด่นด้วยระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro ไฟฟ้า มีมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้ง 2 ตำแหน่ง ที่ด้านหน้าและด้านหลังเพื่อส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง ทำให้เกิดการตอบสนองที่ฉับไวในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นการออกตัว หรือว่าการเร่งแซงที่ทำได้รวดเร็ว โดยให้กำลังสูงสุด 266 กิโลวัตต์ หรือ 360 แรงม้า และเพิ่มขึ้นเป็น 408 แรงม้าใน boost mode โดยการชาร์จไฟ 1 ครั้งมีระยะทางที่ขับได้ได้ถึง 417 กม. (จากการทดสอบตามมาตรฐาน WLTP)

นิรดา จุลโลบล at 28 มีนาคม 2019 12:10
ชอบรถไฟฟ้า จะสู้ราคาได้มั้ยเนี่ยย