• 4 เมษายน 2019 at 14:15

STORY/PHOTO 

Piyawat Chitma

MiNi John Cooper Works Hatch

ความแรงระดับ 231แรงม้า

ในเรือนร่างกะทัดรัดไม่ใช่เรื่องธรรมดา 

นานเท่าไหร่แล้วกับชื่อของ “มินิ” ถ้าให้ไล่กันนับนิ้วคงมีเรื่องเล่ามากมายก่ายกอง เพราะหลายคนบอกไม่ใช่แค่ยานยนต์ขับเคลื่อนบนท้องถนนเท่านั้น ทว่ามันยังเป็นศิลปะอันเป็นตำนานที่ยังขับเคลื่อนจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันนี้ นับเป็นความภูมิใจหากใครสักคนได้ครอบครอง

มากไปกว่านั้นหากจะภูมิใจเต็มพิกัดก็ต้องได้ครอบครอง รถยนต์มินิ ที่มีรหัสต่อท้ายด้วย ‘John Cooper Works’ ทำไมนะหรอ ก็ชื่อนี้มันการันตีความแรงสูงสุดของแบรนด์มินิไง เพราะหากจะว่าไปมันก็คล้ายกกับสำนักแต่งนอกค่ายแต่มีความเชี่ยวชาญในยี่ห้อเป็นพิเศษ อย่างตระกูล BMW M Performance หรือ AMG ของ Mercedes-Benz หรืออย่างค่ายญี่ปุ่นก็ต้อง Nismo ที่อยู่คู่กับ Nissan เพราะฉะนั้น รถในตระกูลเหล่านี้ย่อมต้องมีความโดดเด่นด้านพละกำลังมากกว่ารถในตลาดปรกติแน่นอน

ดังนั้นใน ‘MiNi John Cooper Works’ แฮทช์3 ประตูย่อมต้องได้รับการถ่ายทอดความแรงและความเท่มาเต็มรูปแบบ ซึ่งการออกแบบจึงถูกผสมผสานความคลาสสิคและความสปอร์ตเอาไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืนและกลมกล่อม มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ยังคงไว้ด้วยสัมผัสด้านอารมณ์ คือความสนุก ดิบ และความรู้สึกของสไตล์โกคาร์ท เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งความน่าสนใจของรุ่นนี้มันเริ่มต้นมาจากเทคโนโลยี เครื่องยนต์ MINI TwinPower Turbo ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะแบบสปอร์ต ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้พละกำลังที่ 170 กิโลวัตต์ 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร และเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 6.1 วินาที

ที่ความเร็วสูงสุด 246 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  และที่ติดท่อไอเสียแบบสปอร์ตมาด้วย  แล้วคุณลองนึกดูด้วยน้ำหนักตัวเพียงน้อยนิด ถูกขับเคลื่อนด้วยขุมกำลังขนาดนี้แล้วมันจะสนุกตื่นเต้นขนาดไหนถ้าคุณได้กดคันเร่งในโหมด Power แต่สำหรับขนาดตัวถังที่เหมือนกับ MINI Hatch ในรุ่น Cooper และ Cooper S ยังไม่ได้มีอะไรแตกต่างออกไปมาก แต่ในเรื่องรูปลักษณ์บอกได้เลยว่ามันแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน แล้วอีกอย่างที่มันต่างค่อนข้างมากแล้วก็มีเฉพาะรุ่นนี้คือสี Rebel Green และหลังคาสีแดง ผู้ผลิตเขาตั้งใจให้มีแค่รุ่น ‘John Cooper Works’ เท่านั้น

     มินิ ในโมเดลของ จอห์น คูปเปอร์ เวิร์ค ได้พร้อมกับชุดแต่งรอบคันแบบสปอร์ต ชุดแอโร่ไดนามิกแท้จากโรงงาน ซึ่งดูเท่และได้อารมณ์สปอร์ตตั้งแต่แรกเห็น หากเป็นแฟนมินิตัวจริงอาจคุ้นตาอยู่เหมือนกันเพราะชุดแอร์โร่ไดนามิกแบบนี้ก็ใช้กันมาสักระยะหนึ่งแล้ว ความชัดเจนของเส้นสายมันเริ่มตังแต่เส้นสีแดงบริเวณกระจังหน้า รวมถึงบนฝากระโปรง สปอยเล่อร์ด้านล่างดูดุดัน และกระจกมองข้าง รวมถึง ชุดเบรกแบบสปอร์ตสีแดง ตัดกับชุดล้อแม็กสีดำตัดกับสีเงินเป็นสีแบบ 2 โทน ขนาด18 นิ้ว พร้อมยาง Runflat ขนาด 250/40 และชุดปั๊มเบรกสีแดงแบบ 4 พอร์ท ดูเต็มชุดล้อ ซึ่งตรงส่วนนี้มันก็มาช่วยขับให้อารมณ์สปอร์ตของ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ พลุ่งพล่านเพิ่มขึ้นไปอีกแล้วที่สำคัญคุณจะเห็นสคู้ปดักลมบนฝากระโปรงขนาดใหญ่ช่วยเรื่องระบายความร้อนส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ ชุดกระจังหน้าก็เป็นตะแกรงสีดำทำให้การไหลเวียนของอากาศทำได้ดี รวมถึงอินเตอร์คูลเลอร์ด้านล่างขนาดใหญ่เพื่อช่วยลดความร้อนของไอดีก่อนเข้าห้องเผาไหม้ แล้วมันก็บ่งบอกถึงเครื่องยนต์แบบ TwinPower Turbo ได้อย่างดี

ซึ่งจะว่าไปแล้ว มินิ แฮทช์ 3 ประตูถือว่าเป็นอีกรุ่นสุดคลาสสิกมายาวนานจะเรียกว่าคู่กันมาเลยก็ว่าได้ ซึ่งมันสามารถก้าวข้ามผ่านกาลเวลาของมินิมาได้อย่างไร้ที่ แล้วผลงานสร้างก็ได้รับแรงบันดาลใจการสร้างมาจากโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งมันก็สะท้อนออกมาผ่านชุดแต่งในตระกูล จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ขนานแท้ เส้นสายสีแดงต่อเนื่องตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงท้าย หลังคาเป็นสีแดงรวมถึงชุดสปอยเล่อร์บริเวณหลังคา เสริมความเข้มได้เต็มพิกัด 

ชุดท่อไอเสียเป็นแบบคู่พุ่งออกกลางตัวรถด้านหลัง ไฟท้ายปรับปรุงใหม่ขนาดใหญ่มีเหลี่ยมมากขึ้น กว่ารุ่นก่อนๆ ตัดขอบด้วยโครเมี่ยมขนาดใหญ่ เป็นแบบ LED Union Jack Design เป็นลายธงชาติอังกฤษชัดเจน โดยไฟเบรกจะใช้เส้นแนวตั้ง ในส่วนไฟเลี้ยวจะเป็นเส้นแนวนอนกึ่งกลาง และไฟท้ายจะเปิดเป็นเส้นแนวทแยง ซึ่งจะรับกับไฟต้อนรับใต้กระจกเวลาเราปลดล็อครถแสงสีขาวเป็นสัญลักษณ์ธงอังกฤษเช่นกันสีขาวส่องที่พื้นบริเวณประตูคู่หน้า ส่วนมุมขวาประตูท้ายติดโลโก้ ‘John Cooper Works’ มาให้เพื่อบ่งบอกตัวตนและสะท้อนถึงรหัสความแรง ของตระกูลนี้

   ไฟหน้ายังเป็นทรงกลมขนาดให้ใหญ่ตามสไตล์ทว่าได้เพิ่มความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ผ่านไฟส่องสว่างเวลากลางวัน แบบLED และชุดไฟตัดหมอกแบบLED ส่วนไฟหน้าล่าสุดมาพร้อมกับเทคโนโลยี Adaptive LED ที่ทำงานร่วมกับ Matrix light ยกระดับทัศน์วิสัยในการขับขี่ด้วยการใช้ระบบกล้องหน้ารถตรวจจับหารถยนต์คันอื่นที่ขับสวนมา เพื่อหลีกเลี่ยงการยิงไฟสูงใส่ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ในขณะที่ยังคงส่องสว่างส่วนอื่น ๆ ของท้องถนน เพิ่มความปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทาง และอีกหนึ่งตัวช่วยที่อำนวยความสะดวกและทำให้การจอดรถของคุณง่ายขึ้นด้วยกล้องมองหลังผ่านจอแสดงผลด้านหน้า แล้วที่เจ๋งมากช่วยลดความอึดอัดภายในห้องโดยสารคือหลังคาแบบพาโนรามาขนาดใหญ่ 

 

     โดยรวมแล้วเรามอง มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ 3 ประตู ยังคงความคลาสสิคเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่ผู้ออกแบบยังสามารถรวมเอาความทันสมัยของการดีไซน์นำมาไว้บนบอดี้นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับว่ามันคืองานศิลปะทีขับเคลื่อนได้บนท้องถนน  สำหรับภายในตัวรถ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ใหม่ยังคงมอบความรู้สึกสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหนังแท้ แป้นเบรก คันเร่ง และที่พักเท้าสแตนเลส สตีล มือจับประตูและที่หุ้มเกียร์ รวมทั้งเพดานห้องโดยสารสีดำ anthracite ในสไตล์ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ และยังให้ความสนุกสนานในทุกการขับขี่ด้วยพลังเสียงจากลำโพง Harman Kardon HiFi ถึง 12 ตัว หน้าจอ MINI Connected ขนาด 8.8 นิ้วรองรับ Touch Screen ที่รองรับระบบแผนที่นำทางในไทย เลือกใช้เป็นทรงกลมขนาดใหญ่ เพิ่มลูกเล่นด้วยแสงไฟปรับเปลี่ยนได้8 สีตามความชอบของผู้ขับ และเทคโนโลยีเชื่อมต่อ MINI Connected เพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดกับสมาร์ทโฟน รวมถึงยังแสดงความเร็วผ่านจอดิสเพลย์ Head-up Display บริเวณคอนโซลด้านหน้าช่วยให้เราไม่ต้องละสายตาจากถนน เบาะนั่งสไตล์เรซซิ่งโดยสมบูรณ์แบบ รวมถึงเบาะคู่หลังด้วยเช่นกัน หากลองเข้าไปนั่งระยะห่างระหว่างขามีเยอะอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าหากเป็นคนตัวใหญ่ นั่งก็จะรู้สึกอึดอัดเช่นกัน ส่วนการปรับเบาะไม่ใช่ไฟฟ้าแต่มีความกระชับลำตัวความรู้สึกคล้ายกับรถแข่ง ที่วางแขนสามารถยกเก็บได้ถ้าหากว่ารู้สึกเกะกะ ปีกข้างเบาะค่อนข้างใหญ่รับกับแผ่นหลังได้อย่างดี 

แล้วบริเวณที่วางแขน มินิยังนำเทคโนโลยีล่าสุดอย่างแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charging) มาติดตั้งไว้ยังบริเวณช่องในที่วางแขนกึ่งกลางตัวรถ โดยสามารถวางโทรศัพท์รุ่นที่รองรับระบบการชาร์จไร้สายบนแท่นเพื่อชาร์จได้เลย นอกจากนี้ยังมีพอร์ต USB เพิ่มเติมอีก 2 ช่องที่คอนโซลหน้ารถอีกด้วย สวิทช์ต่างๆยังคงเป็นก้านยกขึ้น-กดลง ถือว่าสะดวกพอสมควร 

ส่วนพละกำลังมันคือความสนุกเร้าใจตามแบบฉบับ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ทันทีที่คุณสตาร์เครื่องยนต์ จะได้ยินเสียงท่อดังสนั่นออกมาไม่ว่าเราจะอยู่โหมดไหนก็ตาม เครื่องยนต์ขนาด 2.0ลิตร แบบ 4 สูบ in-line แล้วเครื่องยนต์ตัวนี้ยังมาพร้อมกับแรงม้าระดับ 231 แรงม้าซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หากเทียบกับสัดส่วนตัวรถแล้วมันคือความแรงที่หลายคนต้องอยากสัมผัส หากจะว่าถ้าหากเราไม่ได้อยู่ในโหมดสปอร์ต สิ่งที่เราจะรู้สึกได้คือความนุ่มนวล  พวงมาลัยแบบสามก้านมัลติฟังก์ชั่นออกแบบมากระชับควบคุมได้ง่าย แล้วก็มาพร้อมกับโลโก้ ‘John Cooper Works’ และตัดเย็บด้วยด้ายสีแดง ให้ทั้งความสปอร์ต และยังมีลูกเล่นของการควบคุมระบบความบันเทิงในรถ, ปุ่มรับสายโทรศัพท์, ปุ่มสั่งงานด้วยเสียง และระบบ Cruise Control 

ส่วนแรงบิด 320 นิวตัน/เมตร 1,450-4,800 นิวตันเมตร ถือว่ามีมากอยู่เหมือนกัน แล้วที่สำคัญคือมาตั้งแต่รอบต่ำ ดังนั้นเรารู้สึกได้ทันทีตั้งแต่กดคันเร่ง หากไม่ได้อยู่ในโหมด สปอร์ต ก็จะรู้สึกถึงอาการหวิวอยู่บ้าง แต่มันก็จะเปลี่ยนไปเมื่อลองเปลี่ยนมาอยู่ในโหมดสปอร์ต เพราะช่วงล่างแบบ adaptive ที่ปรับความแข็งได้จากโหมดการขับขี่แบบ สปอร์ต จะปรับเซ็ตให้การยึดเกาะดีขึ้น ขณะเดียวกันก็อย่าถามหาความนิ่มนวลนะ มันไม่มีให้รู้สึกหรอกอารมณ์โกคาร์ทมาแบบเต็มๆ แล้วการเปลี่ยนโหมดก็ไม่ได้หมุนวงแหวนที่ฐานเกียร์เหมือนรุ่นก่อนๆ เพราะเปลี่ยนโหมดโดย กดที่ก้านสวิทช์ Sport-Green ต้องบอกว่าความรู้สึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

เสียงที่ดุดันแผดเข้ามาถึงห้องโดยสารแบบเร้าอารมณ์ในโหมด Sport เราไม่เปิดเครื่องเสียงเพื่อรับรู้ถึงความรู้สึกต่างๆอย่างครบถ้วน แพดเดิ้ลชิฟท์ทำงานได้ดีรวมถึงหัวเกียร์แบบใหม่จับง่ายและดูทันสมัยมากขึ้น แล้วถ้าหากอยากประหยัดก็เปลี่ยนโหมดมาอยู่ที่ Green 

    สรุป ความรู้สึกหลังอยู่ด้วยกันหลายวัน  ‘MiNi John Cooper Works Hatch’ ยังคงความเป็นตัวตนเอาไว้ได้อย่างครบถ้วนเพิ่มเติมขึ้นไปคือความดุดันและความเร้าใจ แรงบิดมาในรอบต่ำ 320 นิวตันเมตร มันรับกับแรงม้าขนาด 231 แรงม้าได้อย่างดีอารมณ์ในโหมดสปอร์ตคมและควบคุมได้ง่ายระบบช่วงล่างที่แปรผันตามโหมด ยิ่งทำให้ทุกอย่างสนุกมากขึ้น สุดท้ายแล้วใครที่ยังชอบความเป็นมินิต้องไม่พลาดรหัสนี้ ราคาค่าตัว 3,418,000 บาท คิดว่าอย่างไรอย่าตัดสินความคุ้มค่าจนกว่าจะได้ลอง

ข้อมูลเทคนิค

รุ่นรถ MiNi John Cooper Works Hatch

แบบตัวถัง Hatch3 Door

มิติ(กว้าง xยาว x สูง มม.) 1,485 x 3,874 x 1,414

แบบเครื่องยนต์ 4 สูบ แถวเรียง TwinPower Turbo

ความจุ 1,998  ซีซี.

กำลังสูงสุด 231 แรงม้า 5,200-6,200 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ที่ 1,450-4,800 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง Steptronic 8 Speed

ระบบขับเคลื่อน    ล้อหน้าเครื่องยนต์ 

อัตราเร่ง 0-100 6.1 วินาที

ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.

ความจุถังน้ำมัน 44 ลิตร

ขนาดยาง/หน้า/หลัง 250/40 R18

ช่วงล่าง  

หน้า ปีกนกคู่

หลัง Adaptive

ระบบเบรกหน้า/หลัง    ดิสก์/ดิสก์ 4 ลูกสูบ

เว็บไซต์ www.mini.co.th

 

นิรดา จุลโลบล at 4 เมษายน 2019 14:34
มีราคามั้ยค่ะ