• 10 เมษายน 2019 at 11:02

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย สร้างนิยามใหม่ให้แก่รถยนต์อเนกประสงค์ในเซกเมนต์พรีเมียมด้วยการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู X7 กับ มร.แมทธิอัส ยุงฮันส์ หัวหน้าทีมดีไซเนอร์

 

         บีเอ็มดับเบิลยู X7 ที่สุดของตระกูล X ในรูปโฉมแปลกใหม่ที่ต่างจากรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์และมิติรถ เส้นสายในการออกแบบและรูปลักษณ์ที่ทรงพลัง ไปจนถึงห้องโดยสารที่มีความหรูหราล้ำสมัยอย่างเหนือชั้น 

       มาเจาะลึกเบื้องหลังของการออกแบบบีเอ็มดับเบิลยู X7 ด้วยทีมดีไซเนอร์กว่า 700 คน ทำงานร่วมกันจาก 3 มุมโลก ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี และดีไซเนอร์จาก DesignWorks ในเมืองลอส แองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา และเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยมร.แมทธิอัส ยุงฮันส์ หัวหน้าทีมดีไซเนอร์ ผู้ดูแลและออกแบบบีเอ็มดับเบิลยู X7 พร้อมเปิดเผยถึงเบื้องลึกในการรังสรรค์ดีเอ็นเอใหม่ให้แก่รถยนต์ตระกูล X ของบีเอ็มดับเบิลยู

        เอกลักษณ์ที่สำคัญและเป็นพื้นฐานของบีเอ็มดับเบิลยู X7 คือการผสมผสานความหรูหราเหนือระดับของบีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 7 เข้ากับความคล่องตัวของรถบีเอ็มดับเบิลยู SAV ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งหลังจากที่เหล่าดีไซเนอร์ได้รับมอบหมายคอนเซปต์และข้อกำหนดของรถยนต์ หรือที่เรียกว่า “แพ็คเกจ” แล้ว 

        ขั้นต่อไปคือการนำเอาแพ็คเกจนั้น สร้างขึ้นมาให้เป็นรถยนต์ที่สามารถจับต้องและใช้งานได้ โดยยังคงไว้ซึ่งอารมณ์ ความรู้สึก และคาแร็คเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู

 

       ขั้นตอนแรกในกระบวนการออกแบบจะเริ่มจาก  การร่างภาพของตัวรถแบบ 2 มิติตามจินตนาการของดีไซเนอร์ ซึ่งความท้าทายของขั้นตอนนี้คือการแข่งขันระหว่างดีไซเนอร์หลายสิบคนที่ร่วมส่งภาพร่างเข้าประกวด และคัดเลือกจนเหลือเพียง 3 ดีไซน์ที่ผ่านไปยังขั้นตอนต่อไป 

       หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนของการนำเอาภาพดังกล่าวมาสร้างให้เป็นรูปร่างในอัตราส่วน 1:1 เริ่มจากการใช้เทปแบบพิเศษในการกำหนดโครงสร้างและขนาดของรถในแบบ 2 มิติ แล้วขึ้นรูปรถต้นแบบด้วยโมเดล CAS และวัสดุแบบพิเศษ ผสานกับการใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) เพื่อให้เห็นรูปร่างแบบ 3 มิติในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ซึ่งขั้นตอนนี้จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างดีไซเนอร์และฝ่ายเทคนิคดีไซน์ โดยบอร์ดบริหารจะเป็นผู้ตัดสินดีไซน์สุดท้ายที่ผ่านไปยังการออกแบบในขั้นตอนต่อ ๆ ไป เพื่อให้มั่นใจว่าดีไซน์ที่ออกมานั้นอยู่ในระดับพรีเมียมตรงตามเอกลักษณ์และมาตรฐานของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งกระบวนการในการออกแบบทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นจนเผยโฉมดีไซน์ต้นแบบสู่สาธารณชนจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี

       มร.แมทธิอัสกล่าวว่า “การออกแบบบีเอ็มดับเบิลยู X7 นั้น ถือเป็นการสร้างนิยามใหม่ให้แก่การดีไซน์ของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งเป็นปรัชญาการดีไซน์ใหม่ที่แสดงถึงโลกสองโลกที่แตกต่างของบีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 7 และบีเอ็มดับเบิลยูตระกูล X ออกมาผ่านดีไซน์ที่มีเส้นสายเรียบง่ายเฉียบคม แต่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์และความทรงพลัง เห็นได้จากจุดที่โดดเด่นที่สุดของบีเอ็มดับเบิลยู X7 คือกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่และช่องดักอากาศที่มาในลักษณะแนวตั้ง ตัดกับไฟหน้าในดีไซน์เรียวยาว และดีไซน์ด้านข้างของตัวรถที่มีเพียงเส้นเดียวตัดผ่านตัวถังยาวจากหน้ารถไปจนถึงท้ายรถ ประกาศถึงความเรียบง่ายแต่ทรงพลังจากปรัชญาใหม่ในการดีไซน์ของบีเอ็มดับเบิลยู”

       นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู X7 ยังโดดเด่นในเรื่องของ การใช้แสงเพื่อมอบความหรูหราสง่างาม ทั้งจากดีไซน์ภายนอกและภายในห้องโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นเพดานกระจกใสพาโนรามาแบบ Sky Lounge ที่เปิดได้ 3 ตอน เพิ่มความโปร่งรับแสงธรรมชาติอย่างโอ่อ่าเหนือระดับ ชุดไฟ ambient light เสริมสุนทรียภาพจากแสงไฟถึง 6 สีให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวมถึงรายละเอียดของดีไซน์ CraftedClarity มอบความหรูหราจากแสงสะท้อนบนวัสดุตกแต่งผลึกแก้วบริเวณหัวเกียร์ ปุ่ม iDrive ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ และปุ่มควบคุมเสียง จึงเรียกได้ว่าความสำคัญของแสง ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจในการออกแบบบีเอ็มดับเบิลยู X7