• 11 เมษายน 2019 at 15:06

NISSAN สานต่อ โครงการ "แค่ใจก็เพียงพอ" ปี 2 ลงพื้นที่ส่งมอบไอเดียสร้างสรรค์สู่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ณ ชุมชนปากน้ำปราณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  

       บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อ โครงการ "แค่ใจก็เพียงพอ" ปี 2  น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงได้ทำนุบำรุงประเทศชาติ และราษฎรมา ตลอดทุกรัชสมัย  ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอด และเผยแผ่พระราชปณิธานผ่านโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ” หรือ Honor The King’s Legacy ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลงานของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังที่นำของเหลือใช้จากชุมชนปากน้ำปราณมาออกแบบผลิตภัณฑ์มีดีไซน์เป็นต้นแบบให้กับชุมชนเพื่อสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นภายในชุมชนปากน้ำปราณ จ.ประจวบคีรีขันธ์

  

       โครงการนี้ นิสสัน ได้ร่วมงานกับ อาจารย์จารุพัชร อาชวะสมิต อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และนักศึกษากว่า 70 คน จากภาควิชาศิลปอุตสาหกรรม ในการร่วมกันสร้างมูลค่าจากสิ่งของเหลือใช้ และเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายแนวคิดเพื่อลดการทิ้งขยะในชุมชน  โดยในวันที่ 4   –  5 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ทางนิสสันได้เชิญสื่อมวลชนสายรถยนต์เข้าร่วมรับชมผลงานน้องๆนักศึกษาและลงพื้นที่ส่งมอบไอเดียสร้างสรรค์สู่ชุมชนปากน้ำปราณ จ.ประจวบคีรีขันธ์    

      โดยเช้าวันแรก เวลาเจ็ดโมงครึ่ง คณะสื่อมวลชนพร้อมกันที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบัเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พร้อมรับประทานอาหารเช้า 

      ก่อนออกเดินทางร่วมรับฟังที่มาของโครงการฯ  จาก มร.ปีเตอร์ แกลลี รองประธาน สายงานสื่อสารองค์กร บริษัท นิสัสน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หลังจากนั้นเราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ปากน้ำปราณ ด้วยขบวนคาราวานรถยนต์ Nissan หลากหลายรุ่น จำนวน 11 คัน

       เราได้ขับรถคันเบอร์ 2  ซึ่งเป็นรถรุ่น Nissan Teana เป็นรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ ที่มีรูปโฉมดีไซน์ภายนอกด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ V-Motion ส่วนห้องโดยสารภายในกว้างขวาง เทคโนโลยีความบันเทิงมีมาให้อย่างครบครัน ส่วนเรื่องความมั่นใจในการขับขี่จากเทคโนโลยีอัจฉริยะ หรือ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ระบบเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา และเทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง และอื่นๆอีกมากมาย Nissan Teana คันนี้ทำได้ดีมากที่มอบเทคโนโลยีเหล่านี้มาช่วยให้การขับรถระยะทางไกลบนทางหลวงเป็นไปได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นตลอดการเดินทาง 

       หลังจากที่เราแวะพักรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านข้าวใหม่ปลามันกันเรียบร้อยแล้วเราก็ออกเดินทางกันต่อ จนถึงจุดหมายปลายทาง บริเวณชุมชนปากน้ำปราณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เวลาบ่ายสองโมง

       โดยมีอาจารย์จารุพัชร อาชวะสมิต อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและน้องๆนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เป็นผู้สอน

       

 

     นักศึกษาเริ่ม Present งานออกแบบผลิตภัณฑ์ของแต่ละกลุ่ม ด้วยความคิดสร้างสรรค์ ในการต่อยอดจุดประกายแนวคิดนำขยะในชุมชนมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้คืนกลับสู่ชุมชน พร้อมกับการสาธิตถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชาวบ้านในชุมชนปากน้ำปราณ โดยมีผลงานเสนอแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ชิ้นงานชื่อว่า กระถางอนุบาลต้นไม้ วัสดุหรือของเหลือใช้หลักจากชุมชนที่นำมาสร้างสรรค์ คือ กากมะพร้าว เเละเศษใบสน หรือเศษวัสดุธรรมชาติต่างๆ โดยมีแนวคิดในการดีไซน์ (Design idea) คือ ต้องการนำเศษวัสดุธรรมชาติจากชุมชนมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าเเละไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งเเวดล้อม จึงได้นำกากมะพร้าวมาผลิตเป็นกระถางต้นไม้ได้ที่สามารถย่อยสลายได้ด้วยตนเอง สามารถนำกระถางลงดินได้เลยสามารถย่อยสลายได้ 100% สามารถปลูกพืชลงดินได้เลยโดยไม่ต้องเปลี่ยนกระถาง หรือสร้างขยะ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ปลูกต้นไม้ และ เพาะต้นอ่อนได้ คนในชุมชนสามารถนำไปจำหน่ายและสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนได้

กลุ่มที่ 2 ชิ้นงานชื่อว่า แจกันฟรีฟอร์ม วัสดุหรือของเหลือใช้หลักจากชุมชนที่นำมาสร้างสรรค์ คือ ขวดแก้วที่นำมาทำเป็นแจกัน และเชือกรีไซเคิลจากพลาสติก (PE) โดยมีแนวคิดในการดีไซน์ (Design idea) คือ การสานเชือก PE ให้มีลวดลายและฟอร์มที่ดูเป็นอิสระน่าสนใจ ผลิตภัณฑ์สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เป็นของตกแต่งบ้าน คนในชุมชนสามารถฝึกฝนและนำไปพัฒนาต่อ จนสร้างเป็นอาชีพ และนำไปจำหน่ายได้ เพราะการสานเชือก PE เป็นกิจกรรมที่ง่าย

กลุ่มที่ 3 ชิ้นงานชื่อว่า กระเป๋าถัก Eco macrame bag วัสดุหรือของเหลือใช้หลักจากชุมชนที่นำมาสร้างสรรค์ คือ ใช้เศษถุงพลาสติกใช้แล้ว เป็นตัวหลักในการทำผลิตภัณฑ์โดยนำถุงพลาสติกมาหลอมให้เกิดเชือก PE และใช้ตัวหนังแท้บุด้านในเพื่อความสวยงามและไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมเพราะเป็นของที่ได้จากธรรมชาติ แนวคิดในการดีไซน์ (Design idea) คือ มาจากอวนจับปลาของประมงในชุมชน และมีแนวคิดหลักที่จะทำผลิตภัณฑ์ที่รักโลก จึงนำเชือกจากอวนแหที่เก็บได้และเชือกที่แปรรูปมาจากถุงพลาสติก(PE)ซึ่งเป็นขยะที่เป็นพิษต่อโลก มาถักและมัดเป็นกระเป๋า ที่สามารถสร้างมูลค่าจากวัสดุท้องถิ่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย

กลุ่มที่ 4 ชิ้นงานชื่อว่า รองเท้าแตะ Re-Pran shoes วัสดุหรือของเหลือใช้หลักจากชุมชนที่นำมาสร้างสรรค์ คือ ขวดพลาสติก อวน/แห แนวคิดในการดีไซน์ (Design idea) คือ เป็นรองเท้าที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล และนำเอาวัสดุชุมชน เช่น รูปแบบการถักของ แห อวน มาเป็นแรงบันดาลใจในการทำผลิตภัณฑ์ เป็นสินค้าทำมือโดยคนในชุมชนปากน้ำปราณโดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากขยะรีไซเคิล 

กลุ่มที่ 5 ชิ้นงานชื่อว่า กระเป๋ากะลา วัสดุหรือของเหลือใช้หลักจากชุมชนที่นำมาสร้างสรรค์คือ กะลามะพร้าว เชือกจากแหอวน แนวคิดในการดีไซน์ (Design idea) คือ กระเป๋ากะลา เป็นดีไซน์ที่นำกะลามาผสมกับแฟชั่นโดย inspiration ได้จากกระเป๋าสาน เน้นความเป็นธรรมชาติ คือยังคงสีของกะลาแบบเดิมอยู่ และมีลวดลายที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้วัสดุที่เหลือใช้นำมาผลิต

กลุ่มที่ 6 ชิ้นงานชื่อว่า โคมไฟ วัสดุหรือของเหลือใช้หลักจากชุมชนที่นำมาสร้างสรรค์ คือ อวน เครื่องมือจับปลาที่ถักเป็นตาข่ายผืนยาว ใช้ล้อมจับปลา ที่ชำรุดจนไม่สามารถใช้งานในการจับปลาได้อีก แนวคิดในการดีไซน์ (Design idea) คือ จากแหล่งที่อยู่ของชุมชนที่ติดริมทะเลและชาวบ้านส่วนใหญ่ทำอาชีพประมง ตัวผลิตภัณฑ์จึงมีแรงบันดาลใจมาจากแมงกระพรุน ที่ให้ความรู้สึกถึงทะเล และสอดคล้องกับอาชีพประมง นำมาผลิตเป็นโคมไฟที่นำไปประดับบ้าน ร้านอาหาร หรือ โรงแรม

หลังจากที่ได้ร่วมรับฟังผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ของน้องๆนักศึกษาแต่ละกลุ่มกันเรียบร้อยชาวบ้านในชุมชนปากน้ำปราณต่างก็ขอบคุณบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ร่วมมือกันจัดโครงการ "แค่ใจก็เพียงพอ" ปี 2    ซึ่งเป็นโครงการที่ดีที่นำองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ของน้องๆศึกษา มาช่วยพัฒนาต่อยอดเป็นของใช้และผลิตภัณฑ์จากการนำของเหลือใช้จากชุมชนปากน้ำปราณมาออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใส่ดีไซน์และใช้ได้จริงมาเป็นต้นแบบให้กับชุมชนเพื่อสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นจริงภายในชุมชนอย่างยั่งยืน และยังถือเป็นโครงการที่ช่วยกันรักโลกรักสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

       

       กิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นทริปแห่งความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับกับโครงการ "แค่ใจก็เพียงพอ" ปี 2 และขอขอบคุณรถยนต์ Nissan Teana ที่ช่วยให้การเดินทางของเราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งสมรรถนะของเครื่องยนต์และระบบความปลอดภัย ทำให้เราเดินทางได้อย่างอบอุ่นใจและเป็นสุขใจตลอดทั้งทริป แล้วพบกันใหม่ค่ะ 

 -------------------------------------------------------------------------------------------

 

Story : Sasithan 

Photo : Nissan