• 24 พฤษภาคม 2019 at 11:12

Story/Photo : Piyawat Chitma

New Honda Civic

เติมเทคโนโลยี Honda SENSING เครื่องยนต์ 1.5 พ่วง TURBO ขับสนุกแต่ประหยัด เพิ่มสีใหม่ น้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue)เพื่อความเร้าใจ 

       ฮอนด้ายังคงความสำเร็จมาตลอดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะ ฮอนด้า ซีวิค ที่ได้รับการตอบรับมาด้วยดีตลอด ไม่ใช่แค่โฉมนี้ แต่ทุกรุ่นของซีวิคมักจะเป็นที่ยอมรับเสมอ วันนี้ ซีวิค ใหม่ ได้ถูกเสริมให้ด้วยเทคโนโลยี Honda SENSIN เป็นเทคโนโลยีที่มาช่วยยกระดับเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น แต่เรื่องความสนุกในการขับขี่ยังคงเชื่อใจได้

ในรุ่นที่เราทดสอบเป็นรุ่น TURBO RS แน่นอนว่าเมื่อมี RS ย่อมต้องมีความสปอร์ตตามมาด้วยเพื่อความเร้าใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งโดยงานออกแบบถูกขีดเขียนขึ้นมาตามแนวคิด “Revolutionary Silhouette Advanced Neo Sedan”  เน้นการออกแบบในสไตล์ที่ล้ำสมัย ลักษณะตัวถังให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่ง ผสานกับเส้นสายด้านข้างตัวรถที่คมชัด  แล้วซีวิค ใหม่ รุ่นเทอร์โบ อาร์เอส ยังมาพร้อมกับดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ดุดันยิ่งขึ้น

ด้วยกันชนหน้าและกระจังหน้าในสไตล์สปอร์ตใหม่แบบ RS พร้อม โลโก้ RS ติดอยู่กับชุดกระจังที่เป็นสีดำเชื่อมต่อกับไฟหน้าดีไซน์สปอร์ตและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED Daytime Running Light (DRL) ช่องดักลมด้านล่างเปิดโล่งมองเห็นอินเตอร์ฯอยู่ด้านใน อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยไฟท้าย LED รูปทรงตัว C (C-Identity) เอกลักษณ์แบบซีวิค ไฟตัดหมอกแบบ LED ตกแต่งด้วยคิ้วโครเมียม กันชนหลังตกแต่งด้วยโครเมียมใหม่ และเสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin) เพิ่มความโฉบเฉี่ยวและให้ความรู้สึกหรูหรา พร้อมล้ออัลลอย 17 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตใหม่ สีดำตัดกับสีเงินดูสปอร์ตเร้าใจมากยิ่งขึ้น

 

Honda SENSING เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะจากฮอนด้า ถูกเพิ่มเข้ามาใน ซีวิค ใหม่ นี้มีดีอะไรบ้างถึงได้ชื่อว่าเทคโนโลยีที่ได้รับการยกย่องว่าล้ำสมัยหลักๆคือระบบจะผสานการทำงานของเรดาร์กับกล้องด้านหน้าในการตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน ได้แก่

1) ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System - CMBS) เป็นระบบที่ช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วของรถเมื่อมีรถคันข้างหน้า หรือคนเดินถนนอยู่ในระยะที่ไม่ปลอดภัย

2) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้า ที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow - ACC with LSF) เป็นระบบช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ตั้งค่าไว้ และระบบจะปรับความเร็วอัตโนมัติ

3) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System - LKAS) กล้องด้านหน้าจะทำการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ และระบบจะช่วยเพิ่มแรงหน่วงของพวงมาลัย เพื่อช่วยผู้ขับขี่ให้ควบคุมรถอยู่ภายในช่องทางปกติ

4) ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning - RDM with LDW) ใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร และระบบเบรกจะทำงานเพื่อชะลอความเร็ว

5) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam - AHB) เป็นระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติด้วยกล้อง โดยจะปรับเป็นไฟสูงเมื่อขับขี่ในที่มืด และจะปรับเป็นไฟต่ำเมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนทางหรือมีรถยนต์ด้านหน้า

ด้านขุมกำลังของฮอนด้า ซีวิค ใหม่ รุ่นเทอร์โบ RS ที่เรานำมาทดสอบเรายังคงต้องยกนิ้วให้ เพราะว่าด้านสมรรถนะทำได้ดี เป็นเทคโนโลยีใหม่เครื่องเล็กแต่กำลังเหลือเฟือ มาพร้อมพิกัด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และระบบเกียร์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดแบบ flat torque 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 - 5,500 รอบต่อนาที โดยใช้เทคโนโลยีหัวฉีดไดเรคท์ อินเจคชั่น ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง พร้อมการออกแบบท่อไอดีแบบตรง และเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ช่วยอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้รวดเร็วและปริมาณเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ซึ่งให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร เพราะฉะนั้นไม่แปลกเลยหากเราจะเผลอขับรถด้วยความเร็ว 

ทุกครั้งที่เรากดคันเร่งเพื่อเร่งแซงบอกได้เลยว่า ฮอนด้า ซีวิค ยังคงมอบความสนุกได้เต็มพิกัดซึ่งถ้าหากว่าคุณเผลอเมื่อไหร่ตัวเลขแบบดิจิตอลบนเรือนไมล์อาจทะลุไปไกลถึง 170 กม./ชม. ซึ่งคุณอาจจะตกใจได้ แต่ถ้าคุณขับแล้วรถมีอาการดึงของพวงมาลัยหรือสัญญาณเตือนอย่าตกใจลองไปดูระบบต่างๆ ว่าได้เปิดเอาไว้หรือเปล่าเพราะบางทีคุณอาจจะลืมเปิดระบบไว้และระบบจึงช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System - LKAS) ที่จะคอยหน่วงพวงมาลัยให้กลับมาอยู่ในช่องทางของคุณ แค่เพียงปิดระบบ แล้วทุกอย่างก็จะปกติส่วนระบบส่งกำลังเป็นหน้าที่ของระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องหรือ CVT (Continuously Variable Transmission) ซึ่งพัฒนามาจากภายใต้คอนเซ็ปต์ Earth Dreams Technology ที่โดดเด่นใน

เรื่องของความนุ่มนวล และให้อัตราเร่งที่ดีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการขับเคลื่อนด้วยความเร็วคงที่ในช่วงรอบต่ำ และการที่ชุดเกียร์มีระยะอัตราทดที่กว้างจึงช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อใช้ความเร็วสูงด้วยการออกแบบตัวรถมาค่อนข้างต่ำจึงทำให้การยึดเกาะถนนได้ดีแม้จะใช้ความเร็วสูงก็ตาม โดยระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ลดแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้เยอะ ระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ อิสระพร้อมเหล็กกันโคลง ทำให้เราเข้าโค้งได้แม่นยำ ซึ่งมันก็สอดคล้องกับพละกำลังของเครื่องยนต์ที่พ่วงเทอร์โบมาให้ด้วย  

 

ส่วนระบบความปลอดภัยนอกเหนือจาก Honda SENSING ฮอนด้ายังได้จัดเต็มแบบครบถ้วนเพื่อความมั่นใจ เช่นกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) , โครงสร้างตัวถังนิรภัย (G-Force Control: G-CON), ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) , ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) และ ถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ i-Side Airbag และม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags เป็นต้น

สรุปความรู้สึกหลังอยู่ด้วยกันหลายวันกับ New Honda Civic  ที่ใส่เทคโนโลยี Honda SENSING เพิ่มเข้ามา  ถือเป็นการยกระดับความปลอดภัยไปอีกขั้น โดยเฉพาะระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow - ACC with LSF) ทำงานได้ดีช่วยให้เราปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น 1.5 ลิตร เทอร์โบ 173 แรงม้า เร้าใจจริงให้กำลังเทียบเท่าเครื่อง 2.4 ลิตร นี่ก็เป็นไม้เด็ดของ

ซีวิคใหม่ รุ่น TURBO RS เช่นกันมาพร้อมค่าตัว 1.219 ล้านบาท 

ข้อมูลทางเทคนิค

รุ่นรถ NEW HONDA CIVIC

แบบตัวถัง ซีดาน 

มิติ(กว้าง xยาว x สูง มม.) 1,799 x 4,68 x 1,461 มม.

แบบเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 1.5 ลิตร (DOCH)  VTEC TURBO

ความจุ 1,498 ซีซี.

กำลังสูงสุด 173 แรงม้า 5,500 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700-5,500 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง CVT

ระบบขับเคลื่อน   2 ล้อหน้า 

ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.(ประมาณ)

ความจุถังน้ำมัน 47 ลิตร

ขนาดล้อ 17 นิ้ว 

ขนาดยาง/หน้า/หลัง 215/50 R17

ช่วงล่าง  

หน้า MacPherson Spring Strut

หลัง Multilink

ระบบเบรกหน้า/หลัง   ดิสก์/ดิสก์ 

เว็บไซต์ www.honda.co.th