• 8 กรกฎาคม 2019 at 20:56

AMG Driving Academy 

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ฝึกอบรมขับขี่รถยนต์สมรรถนะสูง ครั้งแรก! ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต 

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงจัดกิจกรรม “เอเอ็มจี ไดรฟ์วิ่ง อะคาเดมี” (AMG Driving Academy) การฝึกอบรมขับขี่รถยนต์สมรรถนะสูงครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเรียนรู้เทคนิคการขับขี่แบบเต็มสมรรถนะ โดยทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพจากเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ดีกรีแชมป์การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการระดับโลก และมร. เบิร์น ชไนเดอร์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี นักแข่งรถสัญชาติเยอรมัน เจ้าของตำแหน่งแชมป์ DTM ห้าสมัย และแชมป์สองสมัยจากสนามนูร์เบอร์กริงสุดโหด พร้อมสัมผัสสมรรถนะรถยนต์สปอร์ตสายพันธุ์แรงภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ครบทั้งพอร์ตโฟลิโอรวม 14 รุ่น โดยมีรถยนต์รุ่นไฮไลท์ Mercedes-AMG C 63 S Coupé โฉมใหม่มาให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

มร. โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า        “แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ยึดถือหลักการสร้างสรรค์รถยนต์ที่สามารถ ‘ขับเคลื่อนทุกสมรรถนะ – Driving Performance’ เป็นหัวใจหลักของแบรนด์ โดยได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์      รถสปอร์ตระดับแถวหน้าของโลกที่โดดเด่นทั้งในด้านกีฬามอเตอร์สปอร์ต และด้านการพัฒนารถยนต์ที่มีเอกลักษณ์ โดยในปีที่ผ่านมามียอดจำหน่ายทั่วโลกสูงถึง 609,000 คัน และหลังจากเปิดตัวแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย บริษัทฯได้เดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ภายใต้แบรนด์นี้พุ่งสูงขึ้นเป็นลำดับ      โดยในปีพ.ศ. 2561 มียอดขายเติบโตจากปีก่อนหน้าขึ้นถึง 309%”

“นอกจากการรุกเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ บริษัทฯ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสานสัมพันธ์ และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีทุกท่าน รวมไปถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการขับขี่รถยนต์สมรรถนะสูงให้กับลูกค้า เราจึงได้สร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่ ด้วยการจัดกิจกรรม AMG Driving Academy 2019 ขึ้นเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออก   เฉียงใต้ โดยความร่วมมือกับทีมงานจากแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ประเทศเยอรมนี เพื่อให้      ผู้ชื่นชอบความเร็วแรงทุกท่านได้ทดสอบสมรรถนะของรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเต็มที่” 

มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรม AMG Driving Academy คือการทดสอบการขับขี่ที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมทุกท่านได้ปลดล็อคขีดจำกัดของตัวเอง พร้อมสัมผัสประสบการณ์อันทรงพลังจากการขับขี่ยนตกรรมสมรรถนะสูง ด้วยการเสริมทักษะการขับขี่ โดยทีมผู้ฝึกสอนจากเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีมาร่วมสอนเทคนิค และให้คำแนะนำต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก มร. เบิร์น        ชไนเดอร์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ดีกรีนักแข่งมอเตอร์สปอร์ตชาวเยอรมัน เจ้าของตำแหน่งแชมป์การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแห่งเยอรมนีห้าสมัย และแชมป์สองสมัยจากสนามนูร์เบอร์กริงสุดโหดระดับตำนานที่จะมาร่วมพูดคุย และให้คำแนะนำกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน”

“อีกหนึ่งไฮไลท์ของกิจกรรมคือ ผู้ขับขี่จะได้สัมผัสประสบการณ์สุดมันส์จากการทดสอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างครบครันทั้งพอร์ตโฟลิโอรวม 14 รุ่น ทั้งรุ่นที่ประกอบในประเทศ และนำเข้า ได้แก่ Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé รถสปอร์ต 4 ประตูตระกูล AMG GT และ Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ รถยนต์นั่ง 4 ประตูในสไตล์เอเอ็มจี พร้อมด้วย Mercedes-AMG GT C Roadster, Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+, Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupé, Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+, Mercedes-AMG A 45 4MATIC, Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC, Mercedes-AMG CLA 45 4MATIC, Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG C 43 4MATIC, Mercedes-AMG SLC 43 รวมถึง Mercedes-AMG C 63 S Coupé ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้โฉมใหม่ อย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก อีกด้วย ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกทักษะทุกฐานแล้ว ผู้ขับขี่จะมีความเข้าใจ และสามารถ  ใช้ประโยชน์จากสมรรถนะ และเทคโนโลยีอันทันสมัยที่มาพร้อมกับตัวรถได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านที่ผ่านการฝึกอบรมฯ จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองจาก ทางบริษัทฯ อีกด้วย” 

“บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ที่ดีในทุกมิติให้กับทุกท่านผ่านการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ รวมถึงบริการหลังการขาย และการให้บริการจากผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกท่านได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคอมมูนิตี้ของกลุ่มรถยนต์ที่แรงที่สุดในโลก (World’s Fastest Family) ตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีในประเทศไทยที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี” มร.ฟรังค์ กล่าวสรุป 

รายละเอียดของแต่ละสถานี

สถานีที่ 1: Brake & Lane Change

เป็นการทดสอบการควบคุมเบรกฉุกเฉิน และทดสอบความเร็วในการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของตัวผู้ขับขี่เอง โดยผู้ทดสอบจะได้ทดสอบระบบความปลอดภัย ESP® และไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light) ซึ่งผู้ทดสอบจะได้ขับรถออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วประมาณ 100 กม./ชม. และเมื่อเห็นสัญญาณไฟกระพริบจากทางซ้ายหรือขวา ผู้เข้าร่วมทดสอบต้องเหยียบเบรกและหักเลี้ยวตามทิศทางของสัญญาณไฟ

สถานีที่ 2: Car Control

เป็นการทดสอบความสามารถในการควบคุมรถของผู้ทดสอบ เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง โดยรถที่ใช้ทดสอบคือ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé และ Mercedes-AMG C 43 4MATIC ที่มีการหุ้มล้อหลังด้วยปลอกพลาสติกเพื่อลดการยึดเกาะถนนจำลองเหตุการณ์ถนนลื่น โดยผู้เข้าทดสอบจะได้ลองฝึกทักษะการควบคุมรถในโหมดระบบความปลอดภัย ESP® ที่แตกต่างกัน ทั้งเปิด ปิด และในโหมด Sport

สถานีที่ 3: Drag Race

เป็นสถานีที่เปิดโอกาสให้ผู้ทดสอบทุกท่านได้สัมผัสถึงสมรรถนะความแรงของรถยนต์           เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีได้อย่างเต็มที่ ด้วยการจำลองการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต พร้อมฝึกทักษะการตอบสนองของผู้ทดสอบ โดยรถทั้งสองคันจะถูกปล่อยตัวพร้อมกันเมื่อสัญญาณไฟแดงดับลง และ    ผู้ทดสอบจะต้องเบรกเมื่อถึงจุดที่กำหนดไว้ ผู้ที่สามารถหยุดรถให้อยู่ในจุดที่กำหนดได้จะถือว่าชนะการแข่งขัน

สถานีที่ 4: Cornering Exercise

เป็นการทดสอบการเข้าโค้ง โดยจะใช้พื้นที่โค้งในสนามที่มีความกว้างแตกต่างกันไป ทำให้ผู้ทดสอบสามารถฝึกทักษะที่จำเป็นในการขับขี่ ได้แก่ การเบรก การบังคับทิศทางรถ และการมองเห็นได้อย่างเต็มที่ โดยผู้ฝึกสอนจะเป็นผู้นำขบวน ทำให้ผู้ทดสอบได้ฝึกการขับขี่ในเส้นทางการแข่งรถจริงๆพร้อมทั้งยังได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่ของนักแข่งรถอีกด้วย

สถานีที่ 5: Lead & Follow

ในสถานีนี้ รถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีจะถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งรถในแต่ละกลุ่มจะมีลักษณะและสมรรถนะที่คล้ายคลึงกัน เพื่อให้ผู้ทดสอบได้ฝึกทักษะการขับขี่แบบนักแข่งรถตามเส้นทางการแข่งรถของจริง พร้อมทั้งสัมผัสสมรรถนะของรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเต็มรูปแบบ

สถานีที่ 6: Auto-X Practice & Competition

คือการจำลองการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต ที่ผู้ทดสอบจะได้ใช้ทักษะการควบคุมรถ และการขับขี่ของผู้ทดสอบแต่ละคน พร้อมเพิ่มความตื่นเต้นเร้าใจให้ผู้ทดสอบทุกคนด้วยการจับเวลาการแข่งขัน ผู้ที่ทำเวลาได้เร็วที่สุดจะเป็นผู้ชนะ