• 30 สิงหาคม 2019 at 16:03

 

ISUZU TOURING CARAVAN 2019

THAILAND – MYANMAR

 

อีซูซุจัดกิจกรรม คาราวานสัญจร เส้นทางที่ 3 จากกาญจนบุรีไปเที่ยวกันที่เมืองทวายประเทศพม่า นับเป็นกิจกรรมที่ทางอีซูซุทำมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้าของอีซูซุได้ขับรถเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ สำหรับครั้งนี้ทางอีซูซุได้เลือกเส้นทางประเทศพม่า เมืองทวาย เมืองเก่าที่น่าท่องเที่ยวเส้นทางก็ยังคงไว้ซึ่งความลำบากนิดๆ เหมาะกับการขับรถเที่ยวเพื่อให้ได้อัถรสและรู้สึกสนุกตลอดเส้นทาง

ทวายเป็นเมืองเล็ก ๆ ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของพม่าตรงข้ามจังหวัดกาญจนบุรี บนฝั่งแม่น้ำทวาย อยู่ห่างจากทะเลอันดามันราว 30 กิโลเมตร (18.6 ไมล์) และเป็นเมืองหลวงของเขตตะนาวศรี หรือ ตะหนิ่นต่าหยี่ (Tanintharyi Division) อยู่ห่างจากย่างกุ้ง 614.3 กิโลเมตร (381.7 ไมล์) มีประชากรหลากหลายชาติพันธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่พูดภาษาพม่าสำเนียงใต้ แต่ชาวทวายหลายคนโดยเฉพาะคนหนุ่มสาว สามารถพูดภาษาไทยได้ชัดเจนเพราะเคยมาทำงานที่เมืองไทย

          ก่อนที่จะเข้าไปเที่ยวกันยังเมืองทวาย คณะคาราวานพบกันที่ โชว์รูม บริษัท อีซูซุกาญจนบุรี เพื่อร่วมพิธีปล่อยตัวคาราวานเส้นทางที่ขับเราจะต้องผ่านด่านชายแดนบ้านพุน้ำร้อน(ประเทศไทย) – ด่านติกิ (ประเทศพม่า) ทำพิธีตรวจเอกสารผ่านแดนกันก่อนแล้วจึงออกเดินทาง เส้นทางนั้นเป็นถนนลูกรังเป็นหลุมเป็นบ่อ รถทุกคันขับได้ไม่เกิน 50 กม.ต่อชั่วโมงหรือบางจุดก็อาจจะขับได้เพียง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น สาเหตุไม่ใช่จากพื้นถนนเพียงอย่างเดียวแต่ฝนที่ตกลงมาเป็นระยะๆ หนักเบาสลับกันไปจึงเป็นอุปสรรคบ้างเพราะเราต้องมีความระมัดระวังกันมากขึ้นในขณะที่ขับรถ ซึ่งระยะทางนั้นอยู่ที่ประมาณ 170 กิโลเมตร แต่เราต้องใช้เวลาขับกันมากหน่อย และต้องจอดแวะพักเข้าห้องน้ำพักรถกันตามจุดที่หัวหน้านำทางจัดให้ไว้  ถึงที่พักก็ปาเข้าไปหกโมงกว่าๆ จึงได้ทานอาหารค่ำพร้อมกับชมการแสดงพื้นเมืองของทวายซึ่งก็ร่ายรำได้ชดช้อยสวยงาม

          เช้าวันรุ่งขึ้นเราออกเที่ยวกันในเมืองทวายแต่เจ้าฝนก็ยังตกลงมาไม่ขาดสายหนักบ้างเบาบ้างสลับกันไปเมื่อมาแล้วเราก็ต้องลงไปเที่ยวกันหล่ะค่ะถึงแม้ว่าจะเปียกปอน วัดแรกในเมืองทวายชื่อวัดชินตาเลียว หรือพระนอนเมืองทวายซึ่งเป็นองค์ในที่สุดในมณฑลตะนาวศรี ซึ่งองค์พระนั้นมีความใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศเทศเมียนมาร์เลยทีเดียว เป็นพระพุทธรูปปางค์พระนิพพานซึ่งในพระเศียรของพระพุทธรูปองค์นี้ยังมีพระไตรปิฎก 3 เล่มบรรจุได้ด้วย

          จากนั้นเราไปต่อกันวัดที่ 2 ชื่อว่า วัดชินเต๊าป่ง ซึ่งเป็น 1 ใน 9 วัด ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองทวายให้ความเลื่อมใสเป็นอย่างมาก และอยู่บนเขาสูงกว่า 2,000 ฟุต เราจึงต้องเปลี่ยนขึ้นรถท้องถิ่นไปประมาณ 15 นาทีแต่ด้วยช่วงที่เราไปถึงมีฝนและหมอกจัดเพราะฝนตกหนักมาก  วัดแห่งนี้ตามตำนานเล่าว่าพระมเหสีในอดีตได้ยินว่าจะมีพญานกยูงสีทองมาเดินเล่นในป่า พระองค์อยากได้มาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ราชวังของตน จึงสั่งให้นายพรานฝีมือดีไปตามล่า นายพรานวิ่งตามไปจนถึงเนินเขา แต่ปรากฏว่าไปเจอพระอรหันต์แทนนกยูง พระท่านเทศนาจนนายพรานเกิดเห็นธรรม จึงเอาธนูและข้าวของฝังไว้พร้อมสร้างเจดีย์ขึ้นมา 

          ทำบุญกันแล้วก็ถึงเวลาเที่ยวตลาด Mingalar หรือตลาด 100 ปี ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นของพื้นเมือง เช่น ขนม แป้ง ผงทานาคา  เสื้อผ้าพื้นเมืองซึ่งก็ทำเอาหลายๆคนต้องควักกระเป๋าจับจ่ายของฝากติดไม้ติดมือไปกันคนละหลายหมื่นจ๊าด คนไทยไปที่ไหนก็ต้องช็อปปิ้งซึ่งก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ ถ้าไม่ซื้อสิค่ะถือว่าแปลก

         

          ช่วงบ่ายหลังทานข้าวกันเสร็จก็ออกเดินทางเที่ยววัดกันต่อ วันชินเต่าเถ่ง ซึ่งก็เป็น 1 ใน 9 วัดศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่บนเนินเขาในหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้ตัวเมืองทวาย ภายในอุโบสถมีพระพุทธรูปเก่าแก่ 3 องค์ที่ชาวบ้านศรัทธามาแต่โบราณ ตำนานเล่าว่ามีเกษตรกร 2 สามีภรรยา ไปขุดเนินนี้แล้วเจอพระพุทธรูปอายุประมาณ 1,000 ปี จึงสร้างวัดขึ้นมาตรงจุดที่พบพระพุทธรูป ชาวเมียนมาร์เชื่อว่าท่านเป็นพระพุทธรูปมีชีวิต เพราะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมจนถึงปัจจุบันมีขนาดใหญ่ขึ้น 5 นิ้ว และบางครั้งสีตาของพระพุทธรูปก็เปลี่ยนไปจากปกติ เชื่อกันว่าเมื่อมาที่นี่สามารถขอให้ได้ฌาน มองอนาคตได้  และบรรลุในธรรม

          วัดที่ 4 ของทริปนี้คือ “วัดเมียวยิต”  (Myaw Yit Pagoda) ที่เกาะลอย Se Pin  เป็นวัดหนึ่งของทวายที่มีพื้นที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ติดชายทะเลฝั่งอันดามัน มีสะพานปูนทอดยาวไปยังเกาะที่เป็นที่ตั้งของวัดเมียวยิต และเจดีย์เมียวยิต นักท่องเที่ยวจะเห็นชายหาดยาวเรียบทะเล มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนโขดหินก่อนเข้าถึงวัดเมียวยิต ด้านในวัดเมียวยิตมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และเจดีย์อีกมากมาย วัดนี้จึงเป็นวัดที่นักท่องเที่ยว และชาวเมียนมาร์มาสักการะเป็นจำนวนมาก เพราะนอกจากจะศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังได้เห็นวิวสวย ๆ ริมทะเลอันดามัน แต่น่าเสียดาย ช่วงที่คณะเราไปถึงมีพายุฝน ลมแรงมาก แม้ตัวจะแทบปลิว แต่ก็ไม่อาจต้านทานความศรัทธาของชาวคณะเราได้ ทุกคนต่างเดินข้ามสะพานมุ่งหน้าไปยังเกาะลอย เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ที่แห่งนี้ ให้แคล้วคลาดปลอดภัยตลอดการเดินทาง

จากนั้นจึงเดินทางไปรับประทานอาหารค่ำ  ณ ร้าน Bamboo Garden อิ่มอร่อยกับอาหารทะเล กุ้งล็อบสเตอร์ตัวโตจากทะเลทวาย สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมคาราวานเป็นอย่างยิ่ง 

          อีกสถานที่ปิดท้ายที่พลาดไม่ได้เลยคือ “วัดชเวตองซา” ร่วมสักการะพระเจดีย์ชเวตองซา (Shwe Taung Sar Zedi) วัดสำคัญของเมืองทวาย มีองค์พระเจดีย์ที่ใหญ่และสูงที่สุดในเมืองทวาย จำลองมาจากเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปโลกะมารชินปางมารวิชัย อายุ 140กว่าปี วัดแห่งนี้ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2304 มีอายุมากกว่า 250 ปี มีพิพิธภัณฑ์แสดงวัตถุโบราณต่างๆ มากมาย อาทิ ปืนใหญ่สมัยกรุงศรีอยุธยา พระพุทธรูปสำริดศิลปะแบบไทย และดาบสมัยโบราณ  ชาวทวายนิยมมาไหว้พระขอพร นับเป็นการปิดท้ายทริปได้อย่างประทับใจ

          กิจกรรม “อีซูซุคาราวานสัญจร” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้รถอีซูซุทั่วประเทศอย่างมาก ก่อเกิดประชาคมอีซูซุหลายครอบครัว รวมตัวกันเพื่อร่วมกิจกรรมสุดแสนสนุกเช่นนี้ในทุกๆ ปี   ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถยนต์เพื่อกระตุ้นศรษฐกิจของชาติแล้วนั้น ยังช่วยเสริมสร้างให้ประชาคมอีซูซุมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีกด้วย ร่วมติดตามเรื่องราวความสนุกของ “อีซูซุคาราวานสัญจร” ประจำปี 2019 ใน เส้นทางสุดท้ายภาคใต้ ได้ที่ www.isuzu-tis.com