• 13 November 2019 at 15:36

Story:Nirada

Photo:Nissan

First Impress Nissan LEAF

 ขึ้นดอยอินทนนท์ ชาร์ตครั้งเดียว พลังงานยังเหลือ

ออโตวิชั่นได้รับเชิญไปร่วมทดสอบรถนิสสัน ลีฟ อีกครั้งหลังจากที่ได้เคยไปลองสัมผัสมาแล้วแบบขับในเมืองแต่มาครั้งนี้ทางนิสสันบอกว่าจะให้เรามาลองท้าพิสูจน์กันว่าถ้าเราชาร์ตแบตเอตร์รี่เต็ม 100% จากที่พักในเมืองเชียงใหม่ขับขึ้นดอยอินทนนท์พลังงานไฟฟ้ายังจะเหลือพอกลับที่พักรึเปล่า  แบบนี้ก็ต้องมาลองจะได้รู้ว่าจะเหลือหรือจะหมด

ระยะทางที่เราจะใช้ในการทดสอบก็อยู่ที่ประมาณ 200 กิโลเมตรโดยมีผู้ร่วมเดินทางคันละ 2 สื่อ สลับกันขับตามระยะทางจุดเปลี่ยนคนขับที่จัดเตรียมไว้ให้ ในช่วงแรกก็ต้องขับผ่านเมืองจราจรติดขัดบ้างเล็กน้อยเราได้ลองใช้เทคโนโลยี อินเทลเลเจนต์ โมบิลิตี ซึ่งเป็นวัตรกรรมใหม่ของลีฟในระหว่างที่เราขับขี่ รวมถึง e-Pedal ซึ่งระบบตรงนี้เราคิดว่ามีประโยชน์มาก เพราะเป็นตัวช่วยคันเร่งอัจฉริยะที่ช่วยให้เราเร่งความเร็วหรือชะลอความเร็ว และหยุดนิ่งด้วยการใช้แป้นคันเร่งเพียงอย่างเดียวทำให้การขับนั้นรู้สึกสบายมากขึ้นทั้งในช่วงขับในเมืองและออกนอกเมือง

มาพูดถึง นิสสัน อินเทลลิเจนต์โมบิลิตีที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยกันหน่อยว่ามีประโยชน์กับเราที่เป็นผู้ขับอย่างไรบ้าน เริ่มต้นด้วยระบบช่วยเตือนเมื่อเราขับรถเสี่ยงต่อการที่จะชนคันหน้า (Forward Collision Warning – FCW) มีระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Forward Emergency Braking –FEB) แถมยังติดตั้งกล้องมองภาพรอบทิศทางมาให้อีกด้วย ซึ่งให้มุมมองแบบ 360 องศาอีกด้วย 

ทีนี่มาพูดถึงความรู้สึกในการขับรถไฟฟ้าคันนี้กันบ้าง โดยส่วนตัวแล้วคิดว่านิสสัน ลีฟ เป็นรถที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นรถไฟฟ้าร้อยเปอร์เซ็นต์จริงๆ เป็นรถที่ขับสบายๆ คันกำลังกระทัดลัด สิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่างเราก็ต้องตัดมันออกไปถ้าคิดว่าจะใช้รถไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์ที่สุดสำหรับเราเช่นอยากจะให้มีที่ชาร์จยูเอสบีหลายจุดก็คงไม่ได้เพราะเราต้องเก็บพลังงานเพื่อให้รถขับเคลื่อนไปให้ได้ไกลที่สุดฉะนั้นอะไรที่จะทำให้เปลืองพลังงานเราก็ไม่ควรให้มันมีมากไปในตัวรถ

ในช่วงที่เรากำลังจะผ่านด่านขึ้นไปบน ดอยอินทนนท์ จะมีเจ้าหน้าทีมาจดเลขพลังงานที่เหลือของเราในรถก่อนที่จะขึ้นไปสู่จุดหมายบนยอดดอยเพื่อที่จะเช็คว่าขากลับลงมาเราจะเรียกคือพลังงานคืนมาได้เท่าไหร่ ซึ่งคันเราก็ทำได้ดีเลยทีเดียวจากพลังงาน 100% ขับมาจนถึงยอดเขาเรายังเหลือพลังงานอีกตั้ง 28% โดยการขับครั้งนี้เราได้ใช้ระบบ e-Pedal มาด้วย ซึ่งก็เป็นที่น่าพอใจ แต่ยังไม่ใช่แค่นี้นะคะเดี๋ยวเมื่อเสร็จจากการพักดื่มกาแฟแล้วเรายังจะต้องขับลงเขาเพื่อไปจบที่โรงแรมอีกครั้งกับพลังงานที่เหลือในรถแค่ 28% จะพอให้เราได้กลับไปถึงโรงแรงไหมเดี๋ยวมาลองดูกันค่ะว่าเราจะให้เทคนิคหรือมีวิธีขับแบบไหนเพื่อที่จะเรียกพลังงานกลับคืนมาให้เราได้มากที่สุด

เมื่อถึงเวลาปล่อยตัวรถแต่ละคันลงจากยอดเขาดอยอินทนนท์เจ้าหน้าที่ได้มาจดตัวเลขอีกครั้งเพื่อที่จะเก็บไปคำนวณในรถแต่ละคัน ซึ่งคันของเราออกมาเป็นคันสุดท้ายโดยเราปรับการขับมาอยู่ที่โหมด B ซึ่งจะช่วยให้เราได้พลังงานกลับคืนมายิ่งถ้าเราขับแบบชะลอความเร็วและมีการแตะเบรกช่วยก็ยิ่งจะทำให้เราได้พลังงานกลับคืนมาเพิ่มขึ้นด้วยเส้นทางที่คดเคี้ยวลงเขาตลอดเส้นทาง การขับของเราคันเราถือได้ว่าเป็นการขับที่ได้พลังงานคืนมาตามที่เราต้องการเลยเมื่อไปถึงที่พักเจ้าหน้าที่มาจดตัวเลขอีกครั้งไฟฟ้าในรถคันเราเหลือถึง 20% ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีทีเดียว

ส่วนการขับรถไฟฟ้าคันนี้ ไม่มีอะไรแตกต่างจากรถทั่วไป สมรรถนะกำลังของเครื่องยนต์มาแบบไม่ติดขัด ราบรื่นทั้งช่วงออกตัวและช่วงใช้ความเร็วไปแบบสบายๆ ช่วงขึ้นเขาก็มีแรงส่งได้อีกแบบเหลือๆ เพราะว่านิสสัน ลีฟ มีแรงบิดสูงสุดถึง 320 นิวตันเมตร สามารถให้อัตราเร่งอย่างน่าทึ่ง แต่สิ่งที่ประทับใจมากคือความเงียบในขณะขับเพราะมันเป็นรถไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์

สรุปบททดสอบของการพิชิตดอยอินทนนท์ ของนิสสัน ลีฟ ถือว่าสอบผ่าน เนื่องจากทางขึ้นดอย ขึ้นเขาลงเขาสลับกันไป แต่รถไฟฟ้า 100% คันนี้ ยังมีสมรรถนะในการขับขี่ทีดีเยี่ยมเกาะถนนดี เรียกได้ว่าขับดีทั้งในเมืองและขับเที่ยวนอกเมือง ไม่ได้แตกต่างจากเครื่องยนต์ธรรมดาทั่วไป นั่งสบาย ภายในดีไซน์สวย ใส่เทคโนโลยีมาเต็ม เป็นรถที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ราคา 1.99 ล้านบาท ถ้าใครคิดว่าราคานี้ไม่ใช่ปัญหาแนะนำเลยค่ะว่าลองไปขับแล้วคุณอาจจะวางเงินดาวน์ให้เขาทันที

ข้อมูลจำเพาะของนิสสัน ลีฟ ใหม่ (รุ่นวางจำหน่ายในประเทศไทย)

น้ำหนัก / ความจุ

ความจุ 5 ที่นั่งผู้โดยสาร

น้ำหนักสุทธิของรถ 1,523 กิโลกรัม

แบตเตอรี่

ประเภท แบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน

ความจุ 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง

มอเตอร์ไฟฟ้า

ชื่อรุ่น EM57

กำลังขับสูงสุด 110 kW (150 ps)/3283~9795 rpm

แรงบิดสูงสุด 320 N・m (32.6 kgf・m)/0~3283 rpm

สมรรถนะ

ระยะทางที่สามารถขับขี่ได้ 311 กิโลเมตร (NEDC mode)

การชาร์จแบบปกติ (เวลาในการชาร์จ) 12 hours (3.6 kW) ชั่วโมง

6 hours (6.6 kW) ชั่วโมง

เวลาในการชาร์จ จากระดับแจ้งเตือนถึง 80 เปอร์เซ็นต์

(การชาร์จแบบเร็ว)     40 นาที

วิธีการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

เจ้าของนิสสัน ลีฟ สามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ได้ถึงสามวิธีหลักๆ ประกอบด้วย การชาร์จจากไฟบ้านปกติ (standard outlet charging) การชาร์จจากอุปกรณ์ชาร์จติดผนัง หรือ wall box charging และรวมถึงการชาร์จแบบด่วนหรือที่เรียกว่า Quick Charge ซึ่งสำหรับรายละเอียดของการชาร์จแบบต่างๆ มีดังนี้

• การชาร์จจากไฟบ้านปกติ (standard outlet charging) เช่นเดียวกับการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จสมาร์ทโฟน ซึ่ง 80-90 เปอร์เซ็นต์ของเจ้าของรถนิสสัน ลีฟ ส่วนใหญ่ เลือกที่จะชาร์จรถยนต์ที่บ้านโดยใช้เคเบิลอเนกประสงค์ (EVSE cable) ที่มาพร้อมกับรถยนต์ โดยส่วนมากเป็นการชาร์จแบบข้ามคืน ใช้เวลาชาร์จประมาณ 12-16 ชั่วโมง

• การชาร์จจากเครื่องชาร์จไฟฟ้า หรือ wall box charging จากที่บ้าน ที่ทำงาน หรือในที่ๆ อื่นๆ ที่มีการติดตั้ง ซึ่งจะสามารถชาร์จไฟฟ้าให้เต็มได้ภายในระยะเวลา 6-8 ชั่วโมง 

• การชาร์จแบบด่วนหรือที่เรียกว่า Quick Charge เป็นการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง โดยใช้เวลาชาร์จเพียงแค่ 40-60 นาทีเพื่อชาร์จให้แบตเตอรี่มีความจุที่ 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนใหญ่มักมีติดตั้งในพื้นที่ที่ชาร์จสะดวก เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือที่สาธารณะต่างๆ