• 4 December 2019 at 16:23

เรื่อง:ปิยวัฒน์ จิตมา    

All-New Mazda CX-8

SUV ญี่ปุ่นอารมณ์ยุโรปดูดีพรีเมียม มาเพื่อแบ่งทางเลือก

เมื่อค่ายมาสด้าขยับตัวเปิดโมเดลใหม่ เราต้องยอมรับแฟนกลุ่มแฟนคลับ ย่อมอยากครอบครองยุคนี้คือยุคของมาสด้าจริงๆ ซีเอ็กซ์-8 คือรถอเนกประสงค์ ที่มาคั่นกลางระหว่าง CX-9  และ CX-5 แล้วก็นำความก้าวล้ำของทั้งสองรุ่นมาพัฒนาเข้าด้วยกันจนกลายเป็นเอสยูวีคันนี้

นอกจาก ซีเอ็กซ์-5 ที่ขายอยู่ในประเทศไทย แล้ว อีกรุ่นที่เป็นสไตล์เอสยูวีก็คือรุ่น ซีเอ็กซ์-9 ถืเป็นรุ่นใหญ่ที่ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี แต่วันนี้ช่องว่างระหว่างทั้งสองรุ่นกำลังถูกเติมเต็มด้วย เรือธงลำใหม่ในคลาสนี้ คือมาสด้า ซีเอ็กซ์-8  เป็นเอสยูที่นั่ง 3 แถว มีให้เลือกทั้ง 6 และ 7 ที่นั่ง ซึ่งมาสด้ามั่นใจในสมรรถนะอย่างยิ่ง วางตำแหน่งเอาไว้ว่านี่คือรถยนต์ เอสยูวีแบบ 3 แถว 6-7 ที่นั่ง ดีที่สุดในชั่วโมงนี้ 

โดยการทดสอบครั้งนี้เราจึงหวังอย่างยิ่งว่าเราจะสัมผัสได้จริงกับสิ่งเหล่านี้  มาสด้าซีเอ็กซ์-8 ใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่สองบล็อคพร้อมสกายแอคทีฟเทคโนโลยี คือ 2.2 ลิตร เบนซิน(Skyactiv-G 2.5 G DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมวาล์วแปรผันคู่ Dual S-VT)และ 2.5 ลิตรดีเซล (Skyactiv-D 2.2 DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว ไอเสียแปรผันVVT และเทอร์โบแปรผัน 2 ชั้น)การออกแบบภายนอกถูกยึดโยงกับการดีไซน์แบบยุคใหม่ของมาสด้า คือตั้งแต่รุ่นมาสด้า3 เป็นต้นมา หากเราสังเกตจะเห็นว่าซีเอ็กซ์-8 จะเน้นเรื่องความหรูหราพรีเมียมมากขึ้นดังจะเห็นว่ามีเส้นโครเมี่ยมตัดขอบตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง ซึ่งความตั้งใจนั้นก็เป็นผลที่เราสัมผัสได้จริง แล้วก็ยังคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ที่ต่อเนื่องแบบไร้ที่ติ

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ลายใหม่ ชุดกระจังหน้าก็เป็นซิกเนเจอร์วิง มีความเฉียบคมมากกว่าเดิม เส้นสายรอบคันดูลื่นไหลซึ่งมึนก็เป็นสไตล์การออกแบบของมาสด้า ถามว่าต่างจากซีเอ็กซ์-5 มากหรือเปล่า เรื่องการออกแบบอาจไม่มากหากไม่สังเกต แต่ความยาวและฐานล้อของซีเอ็กซ์-8 ยาวกว่าแน่นอนด้วย ส่วนความกว้างยังคงเท่าเดิม มิติตัวรถความยาวอยู่ที่ 4,900 มม.(ซีเอ็กซ์5 4,550มม.) ความกว้าง 1,840 มม.(ซีเอ็กซ์5 1,840 มม.)  และความสูง 1,750 มม. (ซีเอ็กซ์5 1,680 มม.) เสา B และ เสาC  ตกแต่งด้วยวัสดุสำดำเปียโนและโครเมี่ยมอยู่รอบมหน้าต่าง และในรุ่นสูงสุดก็มีราวหลังคาแบบชิ้นเดียวกันกับตัวรถมาให้เพื่อความสะดวกในการเดินทางและบรรทุกสัมผัสภาระ 

  นอกจากภายนอกที่มาสด้าตั้งใจออกแบบมาแล้วนั้นภายในห้องโดยสารของมาสด้าเอง ยังสะท้อนความพรีเมียมออกมาได้ทุกสัมผัสจริง อย่างชิ้นไม้แนวประตูและแผงหน้าปัดที่เลือกใช้วัสดุเป็นไม้จริงรวมถึงหนัง Nappa ตัววัสดุเป็นแบบนุ่มทุกจุดตั้งแต่คอนโซนหน้า เบาะนั่งคนขับออกแบบมาเพื่อรองรับกับร่างกายมนุษย์โดยตรง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นสามก้าน วงพวงมาลัยเล็กกระชับมือ แต่ก็รู้สึกว่าน้ำหนักเบามากกว่าที่คิด ไม่เป็นปัญหา ชุดเบาะหลังแตกต่าง 6 ที่นั่งและ 7ที่นั่ง บริเวณที่วางแขน จะมีในรุ่นท็อปดีเซลเท่านั้น (XDL EXCUSIVE)

เบาะแถวสอง เบาะนั่งพับได้ 60:40 บรรทุกเต็มทุกเบาะ 7 ที่นั่งจะมีพื้นที่เก็บสัมภาระได้ 209 ลิตร เก็บถุงกอล์ฟได้ 2 ใบ แล้วเมื่อพับแถวที่ 3 ราบจะมีพื้นที่เก็บสัมภาระเพิ่มขึ้นเป็น 742 ลิตร ประหลังเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าทำให้สะดวกมากขึ้น เบาะแถวสองปรับเลื่อนด้านหน้า-ถอยหลัง ได้ 120 มม. พนังพิงหลังสามารถปรับเอียงได้ 22 องศา ถึง 30 องศา และพับไปข้างหน้าให้เข้าถึงแถวที่ 3 ได้สะดวกมากขึ้น ชุดควบคุมเป็นแบบหมุนทั้งแอร์ รวมถึงปุ่มควบคุมสั่งงานดิสเพลย์  Center Commander ยังคงใช้แบบเดิม 

ในรุ่น XDL EXCUSIVE จะมาพร้อมกับระบบเสียงของ Bose (AUDIOPILOTTM2 +Centerpoint@2+ลำโพง 10 ตำแหน่ง ) ระบบเสียง10ลำโพงนี้จะใช้ AUDIOPILOTTM2 ของBose ในการชดเชยเสียงรบกวนรอบข้างและระบบเสียงรอบทิศทาง Centerpoint@ของ Bose วูฟเฟอร์จาก 8 ลิตรในมาสด้า CX-5 เปลี่ยน 10.5 ลิตรใน CX-8 เสียงเบสหนักแน่นตลอดทั้ง 3 แถว เรียกว่าเต็มอารมณ์สุดๆ ส่วนสมรรถนะของทั้งสองเครื่องยนต์ทำได้ดี SKYACTIV-D 2.2 ในรุ่น XDL และ XDL EXCUSIVE มาพร้อมกับแรงม้ามากถึง 190 แรงม้าที่ 4,500 รอบต่อนาที แล้วก็มีแรงบิดหนักหน่วงที่ 450 นิวตันเมตรพ่วงเทอร์โบแปรผันสองชั้น

อัตราเร่งดีในทุกย่านความเร็ว ออกตัวได้ดีติดเท้าช่วงปลายไม่มีรอรอบทำงานต่อเนื่องทันที ส่วนเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร SKYYACTIV-G2.5 มอบกำลัง 194 แรงม้า แล้วก็แรงบิดอยู่ที่ 258 นิวตันเมตรต่างกันกับเครื่องดีเซลอยู่พอสมควร

แต่เมื่อได้ลองขับแล้วก็ต้องบอกว่าพอแล้วสำหรับเดินทางใช้งานช่วงล่างนิ่งทำงานได้ดีมากทั้งสองรุ่นทำให้เรารู้สึกแปลกใจพอสมควร รถน่าจะออกการโคลงมากกว่านี้แต่กลับนิ่งแม้ผ่านช่วงทางโค้งหนักๆก็ตามทั้งนี้ต้องยกเครดิตให้กับ G-VECTORING CONTROL(GVC) ระบบที่คอยมาประมวลผลจรากการบังคบพวงมาลัยของเรา ความเร็วรถ รวมถึงน้ำหนักของเท้าที่กดลงบนแป้นคันเร่ง จากนั้นควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์ และถ่ายน้ำหนักที่เหมาะสมไปสู่แต่ละล้อ

          สรุปแล้วมาสด้าได้เติมเต็มช่องว่างของเขาได้อย่างลงตัว SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ยังเป็นไม้เด็ดของมาสด้าอยู่เช่นเดิม ในทุกตำแหน่งที่นั่งออกแบบมาได้อย่างดีนั่งสบายไม่อึดอัด น้ำหนักพวงมาลัยเบาเหมาะกับผู้หญิงแต่ควบคุมง่าย

รุ่น 2.5 S 1.599 ล้านบาท,รุ่น 2.5SP 1.699 ล้านบาท ถัดมาเครื่องดีเซลอีก 2 รุ่น XDL 2.2 1.899 ล้านบาท ปิดท้ายกับ XDL EXCLUSIVE(6ที่นั่ง) ราคา 2.069 ล้านบาท