• 25 December 2019 at 13:05

MG ZS EV ทริปฟ้าใสในหน้าหนาว ชิลล์ยาวๆ ในเมืองหลวง

“นานเท่าไหร่แล้วนะ...ที่กรุงเทพฯ ไม่ได้หนาวอย่างนี้?”

“นานเท่าไหร่แล้วนะ...ที่ผู้คนในกรุงเทพฯจะเริ่มบางตา

เพราะต่างคนต่างลาพักผ่อนส่งท้ายปี?”

“และนานขนาดไหนกันนะ...ที่แทบจะไม่มีรถราอันขวักไขว่

มาสร้างมลภาวะด้วยการปล่อยไอเสีย?”

          เมื่อมีโอกาสดีสักครั้งในรอบปี ฉันจึงไม่รีรอที่จะกระโดดขึ้นรถและกดปุ่ม Push Start...แต่ไม่สิ ต้องเรียกว่า Push On เสียมากกว่า เพราะเอ็มจี แซดเอส อีวีคันนี้ไม่มีเครื่องยนต์ แต่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนสู่จุดหมาย ด้วยการตอบสนองอย่างทันอกทันใจ เพราะให้พละกำลังและแรงฉุดกระชากทันทีที่แตะคันเร่ง ถึงจะต้องปรับความรู้สึกในการขับขี่ไปจากเดิมบ้าง แต่สิ่งที่เพิ่มไปมากกว่านั้นคือ ทุกการเดินทางของฉันนั้น ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมอีกต่อไปแล้ว

           ก้าวแรกในความเป็นรถไฟฟ้าคันแรกของเมืองไทย อาจสร้างความประหลาดใจให้ใครๆ ที่ไม่เคยสัมผัสมากก่อน เช่นเดียวกันกับฉันซึ่งต้องทำความเข้าใจในตัวตนของเอ็มจี แซดเอส อีวีจนถ่องแท้ และค้นพบว่า เราทั้งสองต่างมีสไตล์อันสอดคล้องกัน ทั้งในเรื่องความรักและสนุกกับการออกไปใช้ชีวิต ไม่คิดสร้างความเดือนร้อนแก่สิ่งแวดล้อมรอบข้าง และเข้มแข็งไม่เปราะบางเหมือนอย่างใครคนอื่นๆ

           เอ็มจี แซดเอส อีวี - เอสยูวีไฟฟ้าคันแรกของเมืองไทย สามารถวิ่งไปได้ไกลถึง 300 กิโ่ลเมตรต่อการชาร์จเต็มแบตเตอรี่หนึ่งครั้ง ทำให้ฉ้นได้ออกไปพบโลก ผู้คน และประสบการณ์ใหม่อย่างใจนึก รวมถึงเติมพลังงานได้อย่างรวดเร็วภายในครึ่งชั่วโมง ด้วยการชาร์จไฟกระแสตรง (DC) ลงแบตเตอรี่ได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว จึงหมดห่วงเรื่องการเดินทางไกลแล้วพลังงานจะขาดช่วง รวมถึงมีปั๊มชาร์จไฟฟ้ากระจายไปทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ให้รู้สึกอุ่นใจทุกการเดินทาง

           สำหรับทริปวันว่างง่ายๆ กับการเดินทางแบบไร้มลภาวะ มันช่างเข้ากับบรรยากาศดีๆ ของเมืองหลวงวันนี้มาก ฉันรัดเข็มขัดนิรภัย ปรับกระจกมองข้างและหลัง ก่อนจะจะหมุนเกียร์ไฟฟ้าไปยังโหมด D แล้วแตะคันเร่งเบาๆ ให้รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ และค่อยๆ เพิ่มความเร็วไปตามจังหวะการขับขี่อันเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องปรับเป็นโหมด S หรือการขับขี่แบบสปอร์ตให้ปรู้ดปร้าดเกินไปในวันหยุดสบายๆ

            แน่นอนว่า ยิ่งเร่งมากเท่าไหร่ พลังงานแบตเตอรี่ก็ยิ่งถูกใช้ไปมากเท่านั้น แค่ขับไปตามจังหวะเหมาะแบบไหลๆ โดยไม่ต้องรู้สึกเครียดเกินไปน่าจะเซฟพลังงานได้มากกว่า ที่สำคัญ จุดหมายต่างๆ ในวันนี้ อยู่ในระยะไม่ใกล้ไม่ใกลใจกลางเมืองซึ่งยากจะมาได้ง่ายๆ ในวันปกติ เนื่องจากการจราจรอันติดขัดเกินจะรับไหว จึงต้องอาศัยช่วงเวลานี่แหละ ไปชื่นชมเสน่ห์ย่านเก่าละแวกเจริญกรุงและท่าน้ำสี่พระยา

          ความไม่จอกแจกจอแจของผู้คนและการจราจร ช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างรวดเร็ว และความเงียบของเอ็มจี แซดเอส อีวี ซึ่งกำลังเคลื่อนผ่านสิ่งต่างๆ รอบข้าง ช่วยสร้างบรรยากาศย้อนยุคของตรอกกัปตันบุชได้เป็นอย่างดี และสะท้อนให้เกิดภาพซ้อนของอดีตอันรุ่งเรืองของการคมนาคมทางน้ำเป็นหลัก โดยมีบ้านของกรมเจ้าท่า(นายจอห์น บุช) ในสมัยรัชกาลที่ 5 พำนักอยู่พร้อมครอบครัวในตรอกดังกล่าว เนื่องจากใกล้กับกรมเจ้าท่าและเป็นเหตุผลให้กลายชื่อมาเป็นตรอกกัปตันบุช

          เอ็มจี แซดเอส อีวีเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ก่อนฉันจะใช้คำสั่งเสียงอันสะดวกสบาย เพื่อเปิดกระจกคู่หน้าลงให้ลมเย็นพัดผ่าน พร้อมกับได้ยินเสียงแผ่วๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล นี่เป็นบรรยากาศที่มีมนต์ขลังและตราตรึงความรู้สึกมาก จนต้องหยุดรถเอาไว้ข้างทาง ก่อนจะเดินตรงไปชื่นชมกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กันอย่างบ้านเลขที่ 1 อันเป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรป 2 ชั้นของบริษัทกลั่นสุราของฝรั่งเศส ซึ่งได้เช่าเพื่อสร้างสถานที่ทำการ โดยปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ให้สวยงามดั่งเดิม

          ทุกสิ่งปลูกสร้างล้วนมีเรื่องราว ยิ่งเป็นย่านเก่าแก่แถวนี้ด้วยแล้ว แม้จะไม่ได้รับการอนุรักษ์และบูรณะใหม่ทั้งหมด แต่ก็ยังสะท้อนเค้าโครงความเป็นอยู่ของผู้คนละแวกนี้ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งมีการแต่งแต้มสีสันด้วยภาพวาดบนผนังจากเหล่าศิลปินต่างๆ ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวา บนพื้นฐานความกลมกลืนกับบรรยากาศเก่าก่อน จนฉันแอบปล่อยใจจินตนาการถึงอดีตของบริเวณนี้อย่างต่อเนื่อง แบบก้าวต่อก้าวที่ฉากข้างทางเปลี่ยนไปไม่ซ้ำแบบ

           เวลาแห่งความสุขและความชื่นชมมักผ่านไปไวเสมอ แต่กว่าจะมาฉุกคิดได้อีกครั้งก็ตอนท้องร้องเตือน พร้อมๆ กับนึกถึงร้านเฟิงจู เกี๊ยวซ่าหน้าเปิดขึ้นมาเป็นอันดับแรก แม้จะไม่ใช่ร้านอาหารเก่าที่สืบต่อจากรุ่นสู่รุ่น แต่ด้วยฝีมือการประยุกต์อาหารและปรับเมนูแบบฟิวชั่น จึงได้ผลลัพธ์เป็นเกี๋ยวซ่าหน้าเปิดอันโด่งดัง ทั้งรสดั้งเดิม สามก๊ก เห็ด 5 อย่าง หมาล่า และแกงฮังเลแห้ง ส่งผลปัจจุบันร้านเล็กๆ ชั้นล่างโรงแรมเก่าแก่ ต้องขยายที่นั่งไปบนทางเดินเพื่อให้รองรับลูกค้าอย่างเพียงพอ

          ฉันต่อท้ายมืออาหารด้วยของหวานอย่างไอศครีมกระทิออกานิกของร้าน Cocoic ที่ตั้งอยู่ติดกัน แม้สไตล์การแต่งร้านจะแตกต่าง แต่ความเอร็ดอร่อยในทางความหวานธรรมชาตินั้นไม่เป็นรองใคร ถึงอย่างนั้น ก็คงไม่จบสำรับอย่างสมบูรณ์แบบ หากขาดกาแฟและเบอเกอรี่อีกสักหน่อย งานนี้คงต้องพึ่งแผนที่นำทางของเอ็มจี แซดเอส อีวี เพื่อเสิร์ชหา จนเข้าตากรรมการกับร้าน lots ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7 ซึ่งไกลออกไปไม่มากนัก

           ไม่ช้าไอซ์ อเมริกาโนก็มาเสิร์ฟถึงตรงหน้า กลิ่นหอมของกาแฟส่งตรงถึงจมูก ก่อนรสชาติและความสดชื่นจะซึมซาบด้วยการจิบล้ิมรส สมทบด้วยบรรยากาศของร้านอันปลอดโปร่งและสดใส ด้วยตัวอาคารทรงคอนเทนเนอร์สีขาว ประกบรอบด้านด้วยกระจกใสให้เห็นบรรยากาศรายรอบ ดูแล้วโดดเด่นไม่แพ้เอ็มจี แซดเอส อีวีที่มีสีฟ้าอ่อนสว่างไสวสบายตา นอกจากเครื่องดื่มดีๆ หลากหลายอย่าง ร้านล็อทส์ยังพร้อมเสิร์ฟเบอเกอรี่ โฮม เมด และอาหารหนักอันหลากหลายให้เลือกจัดสรร แต่ตอนนี้คงไม่แล้วสำหรับฉันแล้วล่ะ

 

“นานเท่าไหร่แล้วน่ะ...ที่ฉันได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างคุ้มค่าอย่างนี้?”

          คิดแล้วก็ยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาตรวจสอบความพร้อมเดินทางกลับบ้าน ของรถไฟฟ้าพลังงานสะอาดของตัวเอง ทั้งปริมาณพลังงานไฟฟ้าคงเหลือที่จะเดินทางไปได้ รวมถึงตรวจสอบสถานีชาร์จซึ่งอยู่ใกล้ไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

“นานเท่าไหร่แล้วนะ...ที่ฉันได้ขับรถอย่างสนุก ด้วยพลังงานบริสุทธิ์?”

           น่าจะนานมากแล้วล่ะ จนต้องเปลี่ยนความเชื่อเกี่ยวกับรถไฟฟ้าแบบเดิมๆ ไปให้หมด และพร้อมจะลืมการเติมน้ำมันที่จะไม่เกิดขึ้น รวมถึงการเข้ารับเซอร์วิสตามระยะที่ศูนย์บริการ ที่มีมูลค่าการบำรุงรักษาน้อยกว่าเครื่องยนต์มาก

            และฉันคงจะใช้เอ็มจี แซดเอส อีวีตราบนานเท่านาน...เกินกว่าพาหนะแบบเดิมๆ จะสามารถให้ความคุ้มค่าแก่ฉันได้!