• 20 January 2020 at 15:53

STORY:NIRADA

PHOTO:MG

NEW MG HS

พิถีพิถันทุกรายละเอียด งานประกอบดีมาก

เมื่อ NEW MG HS เปิดตัวขึ้นในเมืองไทย หลายคนต่างจับตามองว่า เอ็มจีจะทำราคาและเข้ามาแบ่งตลาดรถกลุ่มนี้ไปได้หรือเปล่าแน่นอนน้องใหม่ย่อมต้องมีเงื่อนไขน่าสนใจให้ผู้ใช้ได้มองกันบ้าง จะว่าไปแล้วถ้าคุณได้สัมผัสอาจชอบเลยก็ได้

ไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำตลาดของเอ็มจีในกลุ่มรถอเนกประสงค์จะเรียกว่าความท้าทายก็ไม่ผิดเพราะว่าเขาคือน้องใหม่ในขณะเดียวกันหากลองมองย้อนไปถึงการทำตลาดของเอ็มจีเองก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มาแล้วไป แต่เขาแสดงให้เห็นแล้วว่าแบรนด์นี้พร้อมจะอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอีกนาน ดังจะเห็นการเปิดตัวอย่างต่อเนื่องซึ่งไม่ใช่แค่รถยนต์นั่งอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรถพลังงานไฟฟ้า(EV) อีกด้วย

แน่นอนแต่เมื่อไม่นานมานี้เอ็มจีได้เปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์อย่างเป็นทางการอีกหนึ่งรุ่นในชื่อ NEW MG HS เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่เอ็มจีตั้งใจออกแบบมาอย่างดีในทุกด้านเพื่อให้เป็นทางเลือกสำคัญสำหรับคนที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่มีความพรีเมี่ยมสมรรถนะเยี่ยม โดย NEW MG HS ออกแบบมาภายใต้แนวคิด “ELEGANCE” คำนึงถึงความสวยงามรอบคัน ในเวลาเดียวกันก็ต้องมีความสะดวกสบายระดับเดียวกันกับรถซีดานด้วย นี่แหละคือจุดเริ่มของการออกแบบของรถรุ่นนี้ 

NEW MG HS มีให้เลือกทั้งหมดสามรุ่น C,D,และX โดยงานออกแบบรอบคันเป็นไปตามสไตล์และนิยามของเอ็มจีอย่างที่บอกไว้ตอนต้น กระจังหน้าเป็นแบบเดียวกันกับดีไซน์ใหม่ของรถเอ็มจีทุกรุ่นลายคล้ายกลุ่มดาวที่เรียงรายส่องประกายบนท้องฟ้า มีความเงางามตัดกับสีดำของชุดกระจัง ตรงกลางติดโลโก้ขนาดใหญ่ กันชนด้านล่างมีชุดเซ็นเซอร์ของระบบ ACC (Adaptive Cruise Control) ตัวถังยังคงยึดเส้นสายแบบโค้งมนต่อเนื่องตามแบบฉบับ British Shoulder Line หากมองดูโดยรวมจะเห็นว่าเขามีความนุ่มนวลของเส้นรอบคันแต่ก็แฝงเอาไว้ด้วยแข็งแกร่งและสปอร์ต

โดยเฉพาะชุดไฟหน้าดูเป็นเอกลักษณ์ชัดเจน เป็นแบบ LED Projector พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันหรือ Daytime Running Lights เป็นเส้นตรงตัดกับครึ่งวงกลม ดูสวยงาม ไฟท้ายก็โดดเด่นไม่แพ้กันเป็นแบบ Space Light Field มาพร้อมกับไฟเลี้ยวที่มีแสงแบบไล่ระดับ Sequential แบบเดียวกับรถยุโรป ช่วยเสริมให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น แล้วในรุ่นที่เราทดสอบจะเป็นล้อแม็กอัลลอยขนาด 18 นิ้ว(รุ่น D และ X ,ในรุ่น Cขนาด17 นิ้ว) ขอบประตูตั้งแต่เสาร์ เอเลยไปถึงเสาร์ซีตัดขอบด้วยเส้นโครเมี่ยมเช่นเดียวกันกับข้างตัวรถด้านล่างก็ใช้เส้นโครเมี่ยมมาคาดทับเพื่อให้เกิดความหรูหรายิ่งขึ้น 

งานประกอบบอกเลยว่าเนียนมากสมกับที่เขาบอกว่าพิถีพิถันทุกขั้นตอนเพื่อให้ทุกสัมผัสดูดีที่สุด แล้วภายในห้องโดยสารสมคำร่ำลือหรือเปล่า ชักน่าสนใจเพราะนี่คือความตั้งใจของวิศวกรผู้ออกแบบต้องยกระดับให้ NEW MG HS มีความหรูหราพรีเมียมสมกับราคาย่อมต้องมีทีเด็ดอยู่แล้ว แค่เห็นเบาะหนังแบบทูโทนดำแดงก็ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น มันมีความสปอร์ตผสมอยู่ในทุกมุมนะ พวงมาลัยแบบสามก้านมัลติฟังก์ชันขนาดกำลังดี มีปุ่มสปอร์ตสีแดงอยู่มุมขวาเป็นลูกเล่นแค่พอให้รู้สึก แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรติดมาให้ หรือจะมีก็น่าจะอยู่ในตำแหน่งอื่น ซึ่งมันดูขัดกับดีไซน์ทั้งหมดของห้องโดยสารอย่างสิ้นเชิง เอาเป็นว่าอย่างน้อยมันก็สร้างความแตกต่างออกไปเมื่อมองโดยรอบแล้วเราจะเห็นว่าเส้นสายภายนอกที่มีความโค้งมนนุ่มนวลได้ส่งต่อเนื่องมาถึงด้านในของโดยสาร เบาะนั่งโอบกระชับลำตัวเป็นแบบ SPORT BUCKET SEAT พิถีพิถันในทุกรายละเอียด ผิวสัมผัสรู้สึกดี ชุดคอนโซลเป็นแบบ  SOFT TOUCH นุ่มจริง หรูหรา มีเอกลักษณ์ รวมถึงแผงประตูทั้งหมดก็เป็นวัสดุแบบเดียวกัน (ในรุ่นX เป็นวัสดุ Alcantara) 

ในเบาะหลังสามารถปรับพับได้แบบ 60:40  พร้อมพนักพิงปรับองศาได้และที่วางแขนขนาดใหญ่นั่งแล้วรู้สึกสบายมาก แล้วลูกเล่นช่วยปรับอารมณ์ไม่ให้รู้สึกเบื่อก็ต้องเป็นชุดไฟในห้องโดยสาร ใน NEW MG HS เป็นแบบ Interactive Ambient Light จะทำงานทันตั้งแต่เราเปิดประตูแล้วที่มากไปกว่านั้นคือเราสามารถปรับเปลี่ยนสีของไฟได้เองมากถึง 64  เฉดสี รวมถึงเปลี่ยนเองอัตโนมัติตามโหมดต่างๆที่เราขับเพื่อเพิ่มอรรถรสตลอดการเดินทางมากยิ่งขึ้น สิ่งที่เอ็มจีเคยสร้างความประหลาดใจมาแล้วกับ MG ZS คือหลังคาแบบพาโนรามา(Panoramic Sunroof)หรือหลังคาแก้ว หลังคาดังกล่าวก็ถูกใส่เข้ามาใน NEW MG HS ด้วยเช่นกัน ซึ่งความกว้างมากถึง 1.1 ตารางเมตร ถือว่าเยอะมาก ถ้าเปิดม่านบังแดดแต่ไม่เปิดซันรูฟเราก็จะรู้สึกถึงความโปร่งโล่งสบาย ยิ่งถ้าเป็นแสงเย็นอากาศดีๆรับรองว่ามีความสุขที่สุด 

มาดูกันต่อเรื่องความสะดวกสบายเขาก็ให้มาพร้อมเพื่อให้ผู้ขับขี่ใช้งานง่ายในทุกฟังก์ชันรอบตัว หน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi – Function Display ขนาด 7 นิ้ว จะแสดงข้อมูลทั้งเรื่องการขับขี่ ระบบความปลอดภัย ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง พร้อมหน้าจอหลังแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังเย็นได้ทั่วถึงกุญแจระบบ Smart Key ไม่ลืมจะให้ระบบประตูท้ายแบบไฟฟ้าถือว่าดีเยี่ยม

แล้วขุมกำลังไหวหรือเปล่า? เบนซิน 1.5 ลิตรเทอร์โบ 162 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ TST 7 สปีด ตัดต่อกำลังสุดน่มนวลด้วยระบบคลัทช์คู่(Twin Clutch Sportronic Transmission)ทำงานได้นุ่มนวลเหลือเชื่อ การออกตัวทำได้ดี เครื่องบล็อกนี้มีแรงบิดอยู่ที่ 250 นิวตัน-เมตร ในรอบต่ำเพียง 1,700 รอบต่อนาทีดังนั้นไม่ต้องกังวลเลยเรื่องออกตัวแล้วเอ็มจียังเคลมไว้อีกว่า ความเร็วจาก 0-100 กม./ชม.ใช้เวลาต่ำกว่า 10 วินาที ถือว่าทำได้ดีนะ แล้วก็ยังรองรับกับน้ำมัน E85 ด้วย โดยรุ่น X มาพร้อมกับปุ่มปรับโหมดการขับเพื่อสนองอารมณ์ของผู้ขับว่าชอบแบบใน มีให้เลือก 4 โหมด ทั่วไป Normal , ประหยัด ECO , สนุกเร้าใจ Sport,และปรับแต่งเองในโหมด Custom แล้วก็มีปุ่ม Super Sport มาให้บริเวณพวงมาลัย พละกำลังทั้งหมดถูกซับแรงเอาไว้ทั้งหมดด้วยช่วงล่างสไตล์ Euro Tuning Suspension ทรงตัวได้ดีแต่ไม่ย้วยแม้จะมีมิติตัวรถที่สูงก็ตาม โดยส่วนตัวแล้วถือว่าทำงานได้ดี ในช่วงความเร็วสูงเราก็ไม่รู้สึกว่ามันน่ากลัวจนขาดความมั่นใจ แล้วระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)ทำงานได้ดีมากต้องยกนิ้วให้ทั้งความเร็วสูงและความเร็วต่ำแล้วที่สำคัญคือแม่นยำ ขาดไม่ได้กับเอกสิทธิ์เฉพาะกับ i-SMART เป็นระบบคอยอำนวยความสะดวก ให้กับผู้ใช้คนไทยเพราะว่าเราสมารถใช้คำสั่งงานด้วยเสียงแบบภาษาไทยได้เปิดแอร์,ปิดหน้าต่างฝั่งคนขับหรือแม้กระทั่งสั่งให้เปิด-ปิดหลังคาซันรูฟแล้วก็ยังสั่งงานผ่านแอปพิเคลชั่น (MG Mobile Application) บนมือถือได้อีกด้วย ทั้งหาร้านอาหาร ฟังเพลง(Smart Connect) ตรวจเช็คระยะเข้ารับบริการ(Smart Check)

ความปลอดภัยมาเต็มรูปแบบมาตรฐายุโรปADVANCEDSYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ที่มีให้มากถึง 25 ระบบที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว เสริมความปลอดภัยอีกขั้นด้วยถุงลมนิรภัย 6จุด คู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย เช่นกันระบบ Synchronized Protection System  เป็นความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุทั้งระบบเบรกและระบบช่วยรักษาเสถียรภาพในการขับขี่ เช่นระบบควบคุมเบรกขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ระบบลดความเสี่ยงที่จะทำให้รถพลิกคว่ำARP(Anti Rolling Program) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยางTPMS(Tire Pressure Monitor System) และกล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor)เป็นต้น

สรุปความรู้สึกหลังอยู่ด้วยกันหลายวัน เราบอกได้เลยว่าถ้าคุณได้ลองขับแล้วจะหลงรักกับความรู้สึกนิ่งหนึบและระบบเกียร์อันนุ่มนวลต่อเนื่อง เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรพ่วงเทอร์โบฯ ทำงานได้ดีไม่รู้สึกว่าอืดเกินไป ช่วงล่างยังสะท้อนความเป็นเอ็มจีได้อย่างดีเรื่องงานประกอบภายในถือว่าเยี่ยมแต่ก็ยังติดเรื่องปุ่มสปอร์ตโหมดที่อยู่ใต้พวงมาลัยยังดูขัดตานิดหน่อย ราคาปกติเริ่มต้น 9.19 แสนบาท -1.119 ล้านบาท มีให้เลือก 3 รุ่น C,D และ X (ลองสัมผัสด้วยตัวเองอีกครั้งก่อนตัดสินใจ)

ข้อมูลเทคนิค

รุ่นรถ NEW MG HS

แบบตัวถัง SUV

มิติตัวรถ (กว้างxยาว x สูง มม.) 1,876 x 4,574 x 1,664

เครื่องยนต์

ประเภท เบนซิน DOCH 4สูบ 16 วาล์ว Turbo TGI

ความจุ 1,490  ซีซี.

แรงม้าสูงสุด 162 แรงม้า (PS) ที่ 5,600 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด 250  นิวตันเมตร ที่ 1,700-4,400 รอบต่อนาที

ความจุถังน้ำมัน 55 ลิตร

ระบบส่งกำลังและเกียร์Twin Clutch Sportronic Transmission 7 speed

พวงมาลัย แรคแอนด์พิเนี่ยน (EPS)

ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. (โดยประมาณ) 

ช่วงล่าง

หน้า แมคเพอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง

หลัง อิสระมัลติลิงค์พร้อมเหล็กกันโคลง

ขนาดล้อและยาง

ด้านหน้า 235 / 50R18 

ด้านหลัง 235 / 50R18

ระบบเบรก

หน้า ดิสก์เบรก (พร้อมช่องระบายความร้อนด้านหน้า)

หลัง ดิสก์เบรก

ผู้จำหน่าย บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด

เว็บไซต์ www.mgcars.com