• 27 February 2020 at 14:07

All-New Isuzu D-Max…

Infinite Potential Press Trip” 

“แอ่วเหนือกับ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์เส้นทางเชียงใหม่-เชียงดาว

อีซูซุชวนสัมผัสความสนุกกับกิจกรรมขับรถท่องเที่ยวไปกับยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ  “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ...พลิกโลก!” พาขึ้นเหนือลัดเลาะเส้นทางขึ้น-ลงเขา ชมที่เที่ยวบนเส้นทางเชียงใหม่ – เชียงดาว ระยะทางรวมมากกว่า 250 กม. เราออกสตาร์กันที่โชว์รูม อีซูซุธารา เชียงใหม่ โดยขับกันเป็นขบวนซึ่งจะมีจุดแวะพักเพื่อให้สลับคนขับไปตลอดเส้น โดยเราใช้เส้นทางสายแม่ริมแต่ก่อนที่จะไปยังจุดท่องเที่ยวเราก็ต้องไปรับประทานอาหารพื้นเมืองกันที่ร้านฮิมน้ำแม่จะ

ร้านที่อยู่บนทางไปเชียงดาวซึ่งเป็นทางขึ้นเขาตลอดเส้นทาง ซึ่งในช่วงตัดเข้าสู่เส้นโป่งแยง-สะเมิง เป็นทางโค้งขึ้นเขาตลอดระยะทาง เราได้รับรู้ถึงสมรรถนะและช่วงล่างที่ยอดเยี่ยมของเครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 และ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ที่เรียกพลังลุยได้ตั้งแต่รอบต่ำ ให้กำลังปีนไต่สูง เข้าโค้งได้มั่นใจยิ่งกว่าเดิม ระบบกันสะเทือนที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่ช่วยให้รถมีความนุ่มนวลและนั่งสบายขึ้น สะท้อนพลานุภาพใหม่ที่ไร้ขีดจำกัดของรถอีซูซุรุ่นล่าสุดนี้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ภายในห้องโดยสารใหม่ยังกว้างขวาง สะท้อนรสนิยมเหนือระดับจากการใช้วัสดุพรีเมี่ยม พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน ใช้งานง่าย สัมผัสได้ถึงความหรูหรา สะดวกสบาย จึงเป็นรถที่เหมาะสำหรับทุกการเดินทางจริงๆ  

จากร้านอาหารเราใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงสวนสตรอว์เบอร์รี่พระเจ้าอากาศร้อนมากในช่วงเวลาที่เราไปถึงแต่เมื่อมาถึงสวนแล้วกิจกรรมที่มีให้เราได้ทำก็คือลงไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่มาทานเห็นลูกเล็กแบบนี้ อยากจะบอกว่าหวานอร่อยเลยทีเดียวจนต้อง หอบหิ้วจากทางร้านไปทานกันต่อยังที่พักคนละกล่องสองกล่อง หลังจากเก็บสตรอว์เบอร์รี่ ดื่มน้ำสตรอว์เบอร์รี่ปั่น ถ่ายรูปเล่นกันเรียบร้อยเราก็ออกเดินทางกันต่อเพื่อที่จะไปวัดถ้ำเชียงดาวซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักของเรามากนัก 

เปลี่ยนคนขับคนที่ 2 หลังจากทานอาหารเสร็จ ไม้นี้จะขับกันยาวหน่อยจนไปถึง “วัดถ้ำเชียงดาว” ซึ่งตั้งอยู่เชิงเขาของดอยหลวงเชียงดาว ขบวนรถออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไหลตามกันมาจนมาถึงจุดจอดรถภายในวัด มาถึงวัดถ้ำเชียงดาวกันแล้วก็ต้องมาหาจุดเด่นของวัดนี้กันก่อนจะได้นำมาเล่าสู่กันฟังถูกค่ะและจุดเด่นของวัดนี้อยู่ที่ด้านในของบริเวณวัดมีถ้ำขนาดใหญ่ที่มีพระพุทธรูป และศาลพ่อหลวงคำแดง ที่มาของเรื่องราวในตำนานที่กลายเป็นความเชื่อ ความศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของถ้ำหลวงเชียงดาว รวมทั้งตื่นตาตื่นใจกับหินงอกหินย้อยที่สามารถจินตนาการเป็นรูปต่าง ๆ ได้มากมาย

วัดถ้ำเชียงดาวถือเป็นอีกวัดที่ชาวบ้านรวมถึงคนเชียงใหม่ให้ความนับถือเป็นอย่างมาก เมื่อผ่านมาที่อำเภอดาวก็จะต้องเข้ามากราบขอพรกันอยู่เป็นประจำ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาพักค้างแรมที่อำเภอเชียงดาวก็จะต้องมาเที่ยวที่วัดแห่งนี้และเช็คอินจนเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วไปกันแล้วหละค่ะไห้วพระขอพรกันแล้วทีนี่ก็ถึงเวลาเข้าที่พักกันแล้วซึ่งอยู่ไกลมากนักเชียงดาวเป็นอีกอำเภอหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศต่างก็ให้ความสนใจและมานอนพักกันทุกฤดูเลยก็ว่าได้ เพราะที่นี่ถึงแม้ว่าช่วงกลางวันอากาศจะร้อนแต่ถ้าเป็นช่วงกลางคือแล้วหละก็อากาศก็จะเย็นสบายถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูร้อนก็ตามแต่ถ้ามาเที่ยวในช่วงฤดูหนาวคุณต้องสวมเสื้อกันหนาวไว้ตลอดวันแน่ๆค่ะ เพราะเราเองเคยมีโอกาสมาเที่ยวที่เชียงดาวแล้วสองสามครั้งยังรู้สึกติดใจอยู่เลย ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจากวัดเราก็มาถึงที่พักกันแล้วชื่อว่า อาซาเลีย วิลเลจ รีสอร์ท

 “อาซาเลีย วิลเลจ รีสอร์ท” ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา วิวสวยและมีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ด้วยการนำวัสดุจากธรรมชาติและบรรยากาศของท้องถิ่นมาตกแต่ง ที่สำคัญมองเห็นวิวหลักล้านของดอยหลวงเชียงดาวได้อย่างชัดเจน และปิดท้ายค่ำคืนด้วยการขับรถไปยังร้าน “หมอกหลวง” เพื่อลิ้มรสอาหารค่ำ ซึ่งไฟหน้า Isuzu Vision Bi-LED ช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับตอนกลางคืนปลอดภัยยิ่งขึ้น กลับมาหลับสบายไปพร้อมกับลมหนาวที่มาเยือนตั้งแต่ช่วงหัวค่ำจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น 

 

เช้าวันใหม่เราออกจากที่พักกันหลังทานอาหารมื้อเช้ากันแล้ว ระหว่างเดินทางกลับสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ เรายังได้แวะเที่ยวสวนดอกไม้ละแวกแม่ริมที่กำลังเป็นกระแสดังอยู่ในโซเชียล อันนี้พลาดไม่ได้เลยล่ะ ที่นี่เดิมเป็นชุมชนที่ปลูกดอกมากาเร็ต รวมถึงดอกคัตเตอร์ขายอยู่แล้ว และเพิ่งเปิดเป็นธุรกิจใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยเก็บค่าเข้าคนละ 50 บาท พวกเราเข้าชมความงามของทุ่งดอกคัตเตอร์สีขาวที่ “We Flower Village สวนดอกไม้อุ๊ยเป็ง” และทุ่งดอกมากาเร็ต 3 สี ม่วง  สีชมพู และสีขาวที่กำลังบานสะพรั่งของ “สวนสมคิด” ซึ่งอยู่ติดกัน

เมื่อมาถึงช่างภาพพร้อมเหล่านางแบบก็พร้อมที่นี่ก็ต่างคนก็ต่างลุยเข้าไปอยู่ทามกลางดอกไม้ที่ตัวเองชอบ แบบที่ช่างภาพกดชัตเตอร์กันแทบไม่ทันแต่ก็ต้องยอมรับว่านี่เองอาจจะเป็นจุดขายใหม่ให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มีอาชีพขายดอกไม้เพียงอย่างเดียวแต่เปิดให้คนเข้ามาถ่ายรูปได้เช็คอินก็ยิ่งสร้างความรู้จักให้กับสวยดอกไม้ของเราได้อย่างรวดเร็วเป็นแบบนี้ก็ดีนะเราไม่ได้อยากซื้อดอกไม้แต่แค่อยากถ่ายรูปคู่กับดอกไม้เท่านั้น

ถือว่าเป็นรายได้ทั้งสองทางให้กับชุนชนแถวนี้ด้วย เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก 1 ชั่วโมงถ้าจะไม่เพียงพอซะแล้วสำหรับสาวน้อยสาวใหญ่ที่ยังฝังตัวเองอยู่ในทุ่งมากาเร็ต จนทีมงานต้องเรียกกันอยู่นานว่าหมดเวลาแล้วครับพี่ถึงเวลาที่เราจะต้องไปรับประทานอาหารแล้วส่งรถให้กับทีมต่อไปที่เขาจะต้องมาขับรถเที่ยวแบบเราที่จังหวัดเชียงใหม่นี้เหมือนกัน

และนี่หละค่ะที่ บริษัท ตรีเพรชอีซูซุ เซลส์ จำกัด จัดให้เราได้มาลองขับรถตัวใหม่“ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ...พลิกโลก!” เป็นกลุ่มแรกเลย ทริปนี้ได้ทั้งทานอาหารอร่อยๆ ที่เที่ยวที่ถูกใจ และยังได้มาสัมผัสกับรถปิคอัพ ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์  สุดยอดรถประหยัดน้ำมันคันนี้ ทั้งสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ภายนอกออกแบบใหม่หมด  ตัวรถมีมิติที่ใหญ่และบึกบึนยิ่งขึ้น ให้ความรู้สึกทรงพลังแต่ยังปราดเปรียว

พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ อาทิ ไฟหน้า Isuzu Vision Bi-LED ไฟ Multifunctional Daylight แบบ Built-in และไฟตัดหมอก LED ไฟท้าย Dual-Sonic LED กันชนท้าย Integrated Bumper เป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ และล้อที่ลงตัวกับดีไซน์รถ โดยรวมแล้วจึงเป็นรถที่โดดเด่นสะดุดตา ความสุขและความประทับใจในทริปนี้จะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ดีสำหรับพวกเราที่อีซูซุมอบให้แล้วพบกันทริปต่อไปนะคะ