• 25 March 2020 at 17:28

Story/Photo : Piyawat Chitma

 

The new A 200 AMG Dynamic

    น้องเล็กสุดจี๊ด กดคันเร่งลืมตัว เครื่องแค่ 1.3 แรงสะใจ 

ท่ามกลางกระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้า(EV)ส่งสัญญาณถึงตลาดเมืองไทยต่อเนื่อง จะเห็นจากผู้ผลิตหลายค่ายต่างให้ความสำคัญ ทว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอง ก็ยืนยันว่ามีเช่นกัน แต่ในเมื่อต้องการความประหยัดกันขนาดนั้น เขาเลยบอกว่าลองหันมามองน้องเล็กของเขาสักหน่อยไหม  The new A200 AMG Dynamic 

The new A 200 AMG Dynamic จัดอยู่ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดถือเป็น เจเนอเรชันที่ 4 ของ A-Class มาพร้อมกับดีไซน์แบบใหม่ และระบบมัลติมีเดียอัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุดอย่างระบบ MBUX หรือ Mercedes-Benz User Experience ที่ทำงานร่วมกับบริการ Mercedes me connect เพื่อเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ A 200 AMG Dynamic มาพร้อมกับดีไซน์แบบใหม่ (new design body language) นอกจากจะเป็นรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมรุ่นแรกในตลาดที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กเพียง 1,332 ซีซี แต่ให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า ซึ่งถือเป็นคอมแพ็คคาร์ที่มีกำลังแรงม้ามากที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์เท่ากัน แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,620 รอบ/นาที มีอัตราการปล่อยไอเสียต่ำเพียง 119-124 กรัม/กม. และยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.2 ลิตร/100 กม. อีกด้วย แน่นอนมันทำเราตะลึงกับลีลาการตอบสนองของเครื่องยนต์รวมถึงช่วงล่างในทุกจังหวะ 

งานออกแบบมีความประณีตทุกขั้นตอน โครงสร้างภายนอกแบบ AMG ตัดทอนเส้นสาย และช่องว่างให้มีน้อยที่สุด ฝากระโปรงหน้าลาดตัวต่ำและทอดตัวยาวมีชุดกระจังหน้าแบบ diamond radiator grille ประกอบด้วยเส้นเดี่ยวแนวนอน และ ตราสัญลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ตรงกลาง ซึ่ง สะท้อนความหรูหราได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนกระจกมองข้างจัดวางอยู่ในระนาบเดียวกับขอบล่างของกระจกห้องโดยสารพอดี ช่วยให้มองได้ง่ายขึ้น ล้อขนาด 18 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ และโคมไฟหน้าแบบ LED High Performance กรอบเคลือบโครเมี่ยมที่ทำงานร่วมกับไฟส่องสว่างขณะขับขี่ตอนกลางวันแบบ LED ที่มีลักษณะคล้ายคบเพลิง 

เมื่อได้เข้ายังห้องโดยสารความรู้สึกแรกคือรับรู้ได้ถึงความสปอร์ต เพราะเขาได้ปรับโฉมของ A200 ใหม่ ให้ดูทันสมัย สไตล์สปอร์ตแบบ AMG  และกว้างขวางเพื่อประโยชน์ใช้สอยที่มากที่สุด หากลองสังเกตจะเห็นว่ามีพื้นที่ว่างบริเวณช่วงไหล่ ข้อศอกมากขึ้นรวมถึงพื้นที่บริเวณเหนือหัวด้วย ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ บอกว่าช่องว่างนี้มันมีมากกว่าค่าเฉลี่ยของรถยนต์ประเภทเดียวกัน รวมไปถึงการออกแบบห้องโดยสารตอนหลังให้เข้าออกได้ง่าย ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีปริมาตร 420 ลิตร ช่องกระโปรงหลังมีขนาดกว้าง 950 มิลลิเมตร และมีระยะเส้นทแยงมุมจากตัวล็อกถึงขอบล่างของกระจกหลังถึง 462 มิลลิเมตร ช่วยให้ใส่หรือนำสัมภาระที่มีขนาดใหญ่ออกได้อย่างสะดวก 

พวงมาลัยแบบสปอร์ตท้ายตัดหุ้มด้วยหนัง nappa  ส่วนเบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง ARTICO / DINAMICA microfibre ทั้งหมด เบาะฝั่งคนขับบันทึกความจำได้ เบาะด้านหลังพับได้แบบ 40:20:40 แผงหน้าปัดทรงปีกนกที่ทอดยาวตั้งแต่ประตูหน้า ผ่านคอนโซลกลางอย่างไร้รอยต่อ เชื่อมไปจนถึงด้านบนของแผงหน้าปัดฝั่งผู้ขับขี่ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Widescreen ขนาด 10.25 นิ้วต่อกัน 2 หน้าจอ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานโดยหน้าจอทั้งสองจะอยู่ติดกันและมีลักษณะลอยตัวแบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วน คือ แผงหน้าปัดสำหรับแสดงมาตรวัดต่างๆ ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Widescreen ขนาดใหญ่อีกส่วนหนึ่งจะเป็นหน้าจออินโฟเทนเมนต์ที่ใช้ระบบสัมผัส (Touchscreen) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ  เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่นำหน้าจอระบบสัมผัสมาใช้ในรถยนต์คอมแพ็คคาร์ 

นอกจากนี้ A 200 ใหม่ ยังมี Touchpad ดีไซน์ใหม่ ดีไซน์เด่นอีกอย่างคือช่องปรับอากาศ ที่ได้รับการออกแบบโดยใช้กังหัน (turbine) เป็นต้นแบบช่วยขับ เน้นลักษณะสปอร์ตอีกอย่างหนึ่งของรถยนต์รุ่นนี้ นอกจากนั้นส่วนล่างของคอนโซลกลางยังได้รับ การออกแบบให้มีลักษณะคล้ายปีกที่ดูแบนราบและไร้รอยต่อจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งของ ห้องโดยสาร โดยมีระบบไฟส่องสว่างในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 64 สี มากกว่ารุ่นก่อนหน้า ถึง 5 เท่า อีกทั้งยังสามารถผสมสีสันต่างๆ เพิ่มเป็นสีพิเศษ ได้อีก 10 สีสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการความแปลกใหม่ไม่เหมือนใครอีกด้วย ซึ่งนี้คือการสะท้อนตัวตนว่าเป็นรถของคนรุ่นใหม่จริงๆ

เรื่องความปลอดภัยของ A 200 AMG Dynamicยังคงแตกต่างไปจากรุ่นก่อนอย่างมากโดยได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมด เช่น ระบบช่วยหยุดรถ (Active Brake Assist) ที่ได้รับพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นโดยสามารถลดความเสียหายหรือป้องกันการพุ่งชนกับรถยนต์ข้างหน้าที่ใช้ความเร็วต่ำกว่า กำลังชะลอ หรือแม้แต่รถที่จอดอยู่ข้างหน้าได้ และยังช่วยป้องกันไม่ให้รถเฉี่ยวชนกับผู้ที่ข้ามถนนหรือผู้ใช้จักรยานได้เช่นกัน 

นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยจอดพร้อมกล้องหลัง (Parking package with reversing camera) มาเป็นครั้งแรกของรถยนต์ในตระกูลคอมแพ็คคาร์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์แล้วก็ยังมีเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลท์ คือบริการ Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ที่จะทำงานร่วมกับระบบมัลติมีเดียอัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุดอย่างระบบ MBUX หรือ Mercedes-Benz User Experience เป็นครั้งแรกสำหรับรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ โดยผลลัพธ์ที่ได้คือ มีฟีเจอร์ต่างๆ ที่หลากหลายขึ้น และความสะดวกสบายที่ มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ 

บริการ Mercedes me connect ถือว่าเจ๋งมากเขามาพร้อมฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเพิ่มบริการ และฟังก์ชันต่างๆ ตามต้องการได้ผ่านแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เช่น Mercedes-Benz emergency call system ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชน เซ็นเซอร์ ของระบบนี้จะทำงานโดยอัตโนมัติ และส่งตำแหน่งของรถยนต์ให้กับศูนย์ช่วยเหลือทันที , Vehicle Monitoring เจ้าของรถยนต์สามารถเช็คตำแหน่งล่าสุด หรือเส้นทางการขับขี่ของรถยนต์ได้ผ่านแอปพลิเคชั่นของ Mercedes me connect ได้ , Vehicle Set-up ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสภาพรถยนต์ได้จากระยะไกล โดยเซ็นเซอร์ที่ อยู่ในรถจะตรวจสอบสภาพของรถยนต์ในขณะนั้น และส่งเป็นข้อมูลผ่านแอปพลิเคชั่นฯให้ทั้งผู้ขับขี่ และศูนย์ซ่อมบำรุงสามารถเปิดดูรายละเอียดข้อมูลสถานะต่างๆ ได้ , Maintenance Management ระบบนี้จะช่วยเตือนเมื่อถึงเวลานำรถยนต์เข้าตรวจสภาพรถ โดยจะตั้งวัน และเวลาเข้ารับบริการในครั้งต่อไปให้อัตโนมัติ , Remote Engine Start ฟังก์ชันที่ช่วยให้สะดวกสบายมากขึ้น โดยเราสามารถเชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศทำความเย็นล่วงหน้า หรือการสั่งเปิด หรือล็อกประตูรถจากระยะไกล เป็นต้น แล้วก็ยังมี Online Booking ฟังก์ชั่นสำหรับการนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการต่างๆ จาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ถือว่ายอดเยี่ยมมากเราไม่ต้องเสียเวลาต้องคอยเช็คผ่านโทรศัพท์

อีกระบบน่าสนใจคือ  MBUX เป็นระบบมัลติมีเดียใหม่ล่าสุดที่เมอร์เซเดส-เบนซ์พัฒนาขึ้นเพื่อ รองรับการสั่งการผ่านจุดสำคัญ 2 จุด คือ หน้าจอ Widescreen ระบบสัมผัส (หน้าจอส่วนอินโฟเทนเมนต์) และ Touchpad ที่อยู่ ตรงคอนโซลกลาง ระบบนี้สามารถเรียนรู้และจดจำความต้องการ ของผู้เป็นเจ้าของผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ MBUX เป็นระบบมัลติมีเดียที่สามารถปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนตามลักษณะการใช้งานจริงของผู้เป็นเจ้าของรถได้ 

โดยระบบนี้มาพร้อมกับฟังก์ชันใหม่ อย่างระบบนำทางแบบใหม่ Navigation มาพร้อมกับ GPS ที่แม่นยำ ทำงานร่วมกับระบบ AR รายงานผลร้านอาหารหรือปั๊มน้ำมันได้แบบเรียลไทม์ แล้วยังมี Personal profiles ที่จะจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละคนไว้ ทั้งลักษณะของการปรับเบาะ ที่นั่ง  สีไฟในห้องโดยสารที่ชอบ สถานที่ที่ไปเป็นประจำ ฯลฯ โดยระบบนี้สามารถจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่ได้ถึง 22 โปรไฟล์ แล้วก็ยังมี Linguatronic ระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษาฝรั่งเศสของทุกสำเนียงทั่วโลก (natural speech recognition) โดยผู้ขับขี่สามารถเปิดระบบได้เพียงพูดคำว่า “Hey, Mercedes” 

สรุปความรู้สึกหลังอยู่ด้วยกันหลายวัน บอกได้เลยว่า Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic คือความสมบูรณ์แบบอีกรุ่นของค่ายนี้ แม้เครื่องจะไซส์เล็กขนาด 1.3 ลิตรแต่กลับสร้างแรงม้าได้มากถึง 163 แรงม้า ถือว่าไม่น้อยเลยยิ่งไปกว่านั้นแรงบิด250 นิวตันเมตร หนักหน่วงทำให้ตื่นเต้นตั้งแต่เริ่มต้นรวมถึงเสียงที่แผดออกจากท่อ ช่างเร้าใจและเย้ายวนอย่างยิ่ง ส่วนระบบช่วย MBUX ถือว่าเป็นระบบสุดล้ำช่วยให้คนขับรู้สึกอุ่นใจมากขึ้นเมื่อต้องเกิดปัญหาไม่คาดฝัน ราคาค่าตัว Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic 2,490,000 บาท คุณสนใจก็ต้องตัดสินใจ.

 

ข้อมูลเทคนิค

รุ่นรถ Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic

แบบตัวถัง COMPACT CAR 

มิติตัวรถ (ยาวx กว้าง x สูง มม.) 4,556  x 1,796  x 1,425

เครื่องยนต์

ประเภท 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว เทอร์โบฯอินเตอร์คูลเลอร์

ความจุ 1,332 ซีซี.

แรงม้าสูงสุด 163 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด 250  นิวตันเมตร ที่ 1,620 – 4,000 รอบต่อนาที

ความจุถังน้ำมัน 43 ลิตร

ระบบส่งกำลังและเกียร์ 7 จังหวะ (7G-DCT) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering-wheel Gearshift Paddles)

ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า

พวงมาลัย เพาเวอร์ผ่อนแรง ไฟฟ้า

ความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม. (โดยประมาณ) 

ช่วงล่าง

หน้า อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัท 

หลัง ทอร์ชั่นบีม

ขนาดล้อและยาง

ด้านหน้า 225/45 R18 ด้านหลัง 225/45 R18 

ระบบเบรก

หน้า ดิสก์เบรก (พร้อมช่องระบายความร้อนด้านหน้า)

หลัง ดิสก์เบรก 

ผู้จำหน่าย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย

เว็บไซต์ https://www.mercedes-benz.co.th/