• 27 August 2020 at 14:04

DHF

Dengue hemorrhagic fever

ไข้เลือดออกยังอยู่กับเรา

 ...วันที่ 3 ถึง 6 นับเป็นระยะวิกฤติ คือ ระยะช็อคและเลือดออก ผู้ป่วยเริ่มกระสับกระส่าย โดยบางรายอาจซึมมากกว่าเดิม มือเท้าเย็น ความดันโลหิตตก ชีพจรเต้นเร็ว ปวดท้อง อาเจียนมาก ปัสสาวะน้อย อาจมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร...

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่เคารพ ฤดูฝนปีนี้ แม้จะมีฝนตกชุ่มฉ่ำตามฤดูกาลไม่มีผิดเพี้ยน ทว่ามีหลายๆ เสียงจากผู้ที่ทำงานในสถานพยาบาลต่างๆ ว่า พบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจหรือไข้หวัดเข้ามารับการรักษาน้อยลงกว่าฤดูฝนของปีที่ผ่านมาอย่างสังเกตได้ นั่นก็คงเป็นผลจาก New normal เพื่อการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้แก่ใส่หน้ากากอนามัย (หน้ากากผ้า)ป้องกันละอองน้ำลายจากการไอ/จาม และการล้างมือบ่อยๆ ซึ่งก็ยังได้ผลในเรื่องป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อหวัดจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งด้วย

เรื่องที่จะนำมาว่ากล่าวกันในวันนี้คือเรื่องของ “ไข้เลือดออก”

(Dengue hemorrhagicfever-DHF) โรคติดต่อที่ระยะหลังดูหายไปจากความสนใจ เนื่องจากข่าวสถานการณ์ โควิด-19 เหมือนจะเป็นอะไรที่น่าสนใจมากกว่า แต่ในข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นปีนี้มาถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสมในพื้นที่กรุงเทพฯ กว่า 1,800 ราย( 1,723 ราย ตั้งแต่ 5 ม.ค.-11 ก.ค.2563 : สำนักอนามัย กทม) ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ป่วยสะสมทั้งประเทศมากกว่า 28,300 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสมทั้งประเทศไปแล้ว 20 ราย โดยไข้เลือดออกที่พบในบ้านเรานั้นมาจากไวรัสเดงกี (Dengue virus) 4 สายพันธุ์ ผู้ป่วยที่เคยได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใดจะมีภูมิคุ้มกันเฉพาะสายพันธุ์นั้น แต่ถ้าได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่ต่างออกไปจากครั้งแรกก็จะเป็นไข้เลือดออกได้อีก และอาการของโรคครั้งที่สองมักรุนแรงกว่าครั้งแรก

โรคไข้เลือดออกไม่ได้หายไปไหน เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะกับการแพร่พันธุ์ของยุงลาย (Aedes aegypti) ที่เป็นพาหะของไวรัสไข้เลือดออกมันก็จะกลับมาอีก อาการที่จะบอกว่าเป็นไข้เลือดออกหรือไม่นั้น ให้ดูในขั้นต้นว่ามีอาการดังนี้หรือไม่

1. มีไข้ ปวดศีรษะเรื้อรัง มึนงง เบื่ออาหาร กระเพาะปัสสาวะมีปัญหา

2. มีแนวโน้มว่าจะมีเลือดออก เมื่อทำ ทูนิเกต์ เทสท์(จะทดสอบด้วยการรัด) มีเลือดออกทางเยื่อบุ มีจ้ำขึ้นเอง อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายเป็นเลือด

3. เกล็ดเลือดต่ำ (น้อยกว่า100,000 ตัว ต่อหนึ่งไมโครลิตร)

4. ปรากฎหลักฐานการเสียพลาสมา จากหลอดเลือด เช่น มีของเหลวในเยื่อหุ้มปอด ของเหลวในช่องท้อง ความเข้มข้นเม็ดเลือดแดงเปลี่ยนไป หรือมีโปรตีนต่ำในกระแสเลือด 

5. มีภาวะสมองอักเสบ

ซึ่งถ้าหากมีครบถึง 4 อาการจากข้างต้น นั่นคือผู้ป่วยเป็นไข้เลือดออกแล้ว หากจะเรียงลำดับเมื่อถูกยุงลายที่เป็นพาหะกัดแล้ว จะมีอาการไข้ขึ้นสูง 38-40 องศา เซลเซียส ปวดหัวปวดท้อง เบื่ออาหาร อาเจียน มีสีน้ำตาลปน ในวันที่ 2 – 3 เริ่มซึม หน้าแดงตัวแดง อาจพบผื่นหรือจุดเลือดออกตามผิวหนัง ระยะนี้หากทำทูนิเกต์ เทสท์ จะได้ผลบวก ตับโต

พอถึงประมาณวันที่ 3 ถึง 6 นับเป็นระยะวิกฤติ คือ ระยะช็อคและเลือดออก ผู้ป่วยเริ่มกระสับกระส่าย โดยบางรายอาจซึมมากกว่าเดิม มือเท้าเย็น ความดันโลหิตตก ชีพจรเต้นเร็ว ปวดท้อง อาเจียนมาก ปัสสาวะน้อย อาจมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร ซึ่งหากรักษาอาการอย่างถูกต้องมาตั้งแต่แรกและไม่มีโรคแทรกซ้อน ระยะวิกฤตินี้จะกินเวลาราว 24-48 ชั่วโมงก็จะเริ่มฟื้นตัวและหายเป็นปกติในที่สุด 

ทั้งนี้ ไข้เลือดออกสามารถรักษาได้และในผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่มักจะผ่านพ้นมาได้ แม้แต่ผู้เขียนเองก็เคยมีประสบการณ์ไข้เลือดออกมาถึงขั้นวิกฤติ แต่ถ้าไปเกิดในเด็กเล็กๆ นั้นเป็นอันตรายมาก UNSEEN DOCTOR เดือนนี้ จึงขอเน้นให้ท่านผู้อ่านไปใส่ใจในบุตรหลานวัยสัก 5-10 ปีที่บ้านของท่าน ดูแลหนูๆ เหล่า นั้นอย่าให้ถูกยุงลายกัด เวลากลางวันให้อยู่ในที่สว่างๆ เอาไว้ก่อนทั้งที่บ้านเรือนและที่โรงเรียน หรือแม้แต่ในรถยนต์ที่จอดแง้มกระจกเอาไว้ สุดสัปดาห์จะพาไปเที่ยวค้างแรมที่ไหนนอกจากเรื่อง New normal แล้วก็ให้คำนึงเรื่องยุงลายไว้ด้วย ถ้าไม่มั่นใจก็เลือกหาพวกโลชั่นกันยุงพกติดกระเป๋าไว้เลย และเป็นไข้เมื่อใดต้องสังเกตอาการทันที ถ้าเป็นไข้เลือดออกแพทย์รักษาได้แน่นอน ขอเพียงให้ทราบแต่เนิ่นๆ 

หากเป็นตัวท่านผู้อ่านเองที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกก็คงไม่หนักหนากระไร แต่สำคัญที่ในระยะ 5 วันแรกของโรค ท่านจะมีสิทธิ์แพร่เชื้อไปยังผู้อื่นหรือบุตรหลานของท่าน ผ่านทางยุงลายที่มากัดท่าน ดังนั้น ท่านก็ไม่สมควรทดลองภูมิต้านทานหรือความแข็งแรงของร่างกายด้วยการทำตัวให้เสี่ยงต่อการเป็นไข้เลือดออกให้เดือดร้อนถึงคนอื่นเขา โรคไข้เลือดออกยังอยู่กับเรา ยังไม่สามารถควบคุมกำจัดอย่างเด็ดขาดได้ และยังไม่มีวััคซีนป้องกันเสียด้วยนะครับ

อย่ามัวแต่กังวลอยู่กับไวรัสโควิด-19 จนลืมเลือนไข้เลือดออกนะครับ