• 26 October 2020 at 15:27

ออกตัวสวย ด้วยความทะมัดทะแมง และสุดชิค กับ Isuzu Mu-X 

หยุดยาวๆ หรือหยุดสั้นๆ ไม่สำคัญเท่าความเหงามากหรือเหงาน้อย ที่อยากออกไปจากกรอบเดิมๆ เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์มาถึง เพราะเราได้เวิร์คฮาร์ดกันมาเต็มอาทิตย์ ยิ่งมาในช่วงที่ต้องเดินหน้าเคลียร์งานตรงหน้ากันอย่างเข้มข้น เราเลยจัดสรรวันเสาร์สำหรับทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย และวางแผนเที่ยววันเดียวแบบไป-กลับสวยๆ สู่การปักหมุดสุดฮิตซึ่งทุกคนหมายตากับวันที่เหลืออย่างสบายๆ

ระยะทางคงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเราสองนัก ในเมื่อมีพาหนะหรูที่จัดเต็มทั้งประสิทธิภาพการขับขี่ ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร รวมถึงความทันสมัยในระบบการเชื่อมต่อการสื่อสาร และความบันเทิงอย่างอีซูซุ มิว-เอ็กซ์ ส่งผลให้ปลายทางอย่างกาญจนบุรีที่ใครๆ อาจมองว่าไกล กลายเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับสองสาวอย่างเราในการเดินทาง ยิ่งไปกว่านั้นเราทั้งสองคนโชคดีที่ชอบการขับรถเดินทางเหมือนๆ กัน เห็นอะไรน่าสนใจระหว่างทางก็จะชวนกันแวะพักตลอด รวมถึงไม่เกี่ยงกันเปลี่ยนมือในการขับรถ แต่อยากจะพากันไปดูโน่นดูนี่บนเส้นทางปักหมุด จึงกลายเป็นทริปเดินทางอันแสนสนุกและไม่รู้สึกเบื่อกันเลย หากใครคนหนึ่งจะเอ่ยปากวางแผนถึงสุดสัปดาห์ที่จะมาถึง อันถือเป็นการพักผ่อนที่อิ่มท้องและอิ่มใจมาก ก่อนจะกลับไปลุยงานต่อในวันรุ่งขึ้น


กาญจนบุรีไม่ใช่แค่มี...สะพานข้ามแม่น้ำ!

เราปักหมุดหมายแรกไปที่ The Village Farm to Cafe ห่างไปจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปไม่ไกลนัก โดยมีเอกลักษณ์ดึงดูดใจตามชื่อที่ตั้งมา ด้วยพื้นที่อันกว้างขวางไม่ต่างจากฟาร์มขนาดใหญ่ ก่อนจะจัดภูมิสถาปัตย์ให้ดูดีจนกลายเป็นคาเฟ่ที่ทุกคนจะต้องมา

ด้วยตัวร้านโดดเด่นด้วยโรงเรือนกระจกที่มีเค้าโครงจากโรงนา ทำให้สามารถมองเป็นบรรยากาศท้องทุ่ง วิวภูเขา หรือสระน้ำด้านหน้าได้แบบพาโนรามา

ส่วนอาหารจะเป็นสไตล์ฟิวชั่นเพื่อสุขภาพ โดยมีผลผลิตเป็นผักสดที่ปลูกจากฟาร์มของตัวเอง และเราไม่พลาดที่จะสั่งพิซซ่าแบบแป้งบางกรอบ ซึ่งได้กลิ่นหอมมาแต่ไกล

มีเครื่องดื่มซิกเนเจอร์เป็นน้ำผลไม้และโคลด์ บริว ที่ให้ความละมุนทั้งรสชาติพร้อมความหอมสดชื่น ก่อนจะตบท้ายด้วยของหวานขึ้นชื่อของร้าน ที่มีเมล่อนสดเย็นฉ่ำ ไอศครีมเมล่อน พร้อมขนมปังกลมนุ่มรูปเต่า เสิร์ฟมาอย่างน่ารักบนจานเดียวกัน

ด้วยอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมบรรยากาศอันหาไม่ได้ในเมืองหลวงอย่างนี้ ทำให้เราลืมระยะทางที่อุตส่าห์บากบั่นมา แถมมีพลังงานเหลือๆ ไปปั่นจักรยานต่อภายในฟาร์ม และไม่ลืมเซลฟี่ ปักหมุด และแฮทช์แท็ค อวดให้ใครๆ อิจฉา

จนลืมไปเลยว่า ใช้เวลาไปในฟาร์ม คาเฟ่นี้ไปนานขนาดไหน ก่อนจะกระโดดขึ้นรถเพื่อเดินทางสู่จุดหมายบังคับ อย่างสะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่เกิดขึ้นจากแรงงานของเฉลยศึกในสงครามโลกครั้งที่ 2

ประวัติศาสตร์ต้องมาเยือน...เดี๋ยวคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง!

แสงแดดของยามบ่ายสาดสะท้อนพื้นน้ำแคว เป็นประกายระยิบระยับจับตา ไม่ต่างจากฉากเบื้องล่างของสะพานข้ามแม่น้ำแควตรงหน้า เมื่อทอดสายตาตามเส้นรางยาวสู่อีกฟากฝั่ง ทำให้พวกเราฉุกคิดถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานน่าจดจำ และไม่มีใครคาดหวังให้หวนกลับมาเกิดขึ้นอีก ใช่แล้วล่ะ...ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้ สิ่งสำคัญคือ การทำปัจจุบันให้ดีที่สุด แล้วอนาคตที่ดีจะตามมาเอง

การปล่อยตัวปล่อยใจชมบรรยากาศริมน้ำ ถือเป็นการผ่อนคลายอยู่นิ่งๆ แบบไม่ต้องกระโดดโลดเต้น กระทั่งพวกเราสัมผัสถึงแสงแดดที่กำลังคล้อยลงเปลี่ยนทิศทาง ได้เตือนว่า เวลากำลังเดินหน้าต่อไปไม่หยุดหย่อน และเราควรออกเดินทางไปยังหมุดหมายสุดท้ายอย่าง The Attic คาเฟ่สุดชิคในบรรยากาศห้องใต้หลังคา ที่มีพร้อมทั้งเบเกอรีแบบโฮมเมด และเครื่องดื่มเลิศรสอันหลากหลาย ให้ได้แวะเติมพลังงานก่อนเดินทางกลับได้เป็นอย่างดี

เดอะ แอททิค เป็นอาคารทรงหลังคาสามเหลี่ยม ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่ภายในจัดส่วนส่วนได้อย่างลงตัว โดยครึ่งหนึ่งจะเป็นหลังคาทึบที่มีการจัดให้นั่งบนเบาะกับพื้น ราวกับเข้ามาหลบในห้องใต้หลังคาจริงๆ

ส่วนที่เหลือจะเป็นหลังคาโปร่งแสง จัดชุดโต๊ะพร้อมเก้าอี้ให้นั่งตามปกติ สมทบด้วยจุดถ่ายรูปให้ยื่นหน้าออกมาจากช่องใต้หลังคา หรือจะนั่งชิลล์ๆ ตรงสนามด้านหลังก็ได้เซลฟีสวยไม่แพ้กัน


หนึ่งวันพักผ่อน กับความสุขเกินอิ่ม

พวกเราจัดเบเกอรีและเครื่องดื่มกันมาเติมพลัง และไม่ลืมเช็คอิน เซลฟี่ รวมถึงแฮทช์แท็คตามสูตร ก่อนจะพากันขยับตัวขึ้นอีซูซุ มิว-เอ็กซ์เพื่อเดินทางกลับ

ไม่ช้าเสียงเครื่องยนต์ก็สตาร์ทขึ้น พร้อมการทำงานของเครื่องปรับอากาศอันเย็นฉ่ำ ขณะที่พวกเราสบตากันอย่างอัตโนมัติ เหมือนเป็นสัญญาณบอกว่า กลับบ้านกันเถอะ!

 สุดสัปดาห์หน้าเราจะไปวัน เดย์ ทริป ด้วยกันอีกอย่างแน่นอน! แล้วพบกันใหม่น๊า

 

 

On The Road 

Story: Sirote 

Photo : The Guz