• 24 November 2020 at 15:32

STORY:PIYAWAT CHITMA

PHOTO:PIYAWAT CHITMA

SLOW LIFE @ITONG

เส้นทางยิ่งยากทุกอย่างคือความท้าทาย 

....ปลายทางบ้านอิต่อง อดีตรุ่งเรืองเหมืองปิล็อก เสียงเครื่องยนต์คำรามแผดก้องผืนป่าระหว่างทางขึ้นเขามุ่งหน้าหมู่บ้านเล็กๆ เชื่อมต่อเมียนม่า รอยยิ้มความสุขจากอดีตถูกเก็บไว้ในความทรงจำ ผ่านเนิ่นนานตามกาลเวลายังคงอยู่... ไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าเราจะมาถึงด้วยสภาพเส้นทางค่อนข้างยากแต่ถ้าเทียบกับอดีตเมื่อได้ยินเสียงบอกเล่าผ่านจากคนรุ่นก่อนยังถือว่าปัจจุบันดีขึ้นเยอะเช่นเดียวกันกับยุคที่เหมืองแร่ดีบุกมีราคาสูงสถานที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งหารายได้สำคัญ ทั้งนักแสวงโชคจากเมืองอื่นหรือแม้กระทั่งเพื่อนบ้านต่างก็มุ่งหน้าสู่เมืองนี้หวังเพียงเพื่อได้ความร่ำรวยสร้างความสุขสบายให้ตัวเองและครอบครัว แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะมาแล้วร่ำรวยเสมอไป 

ด้วยความเจริญถึงขีดสุดจากความมั่งคั่งของเงินทองหาได้ง่ายราวกับจะเดินไปหยิบจับจากตรงไหนก็ตาม ส่งผลให้เกิดสิ่งล่อตาล่อใจด้านความบันเทิงเริงรมย์มากมาย ร้านเหล้า ร้านอาหาร หรือโรงภาพยนตร์ หากมองดูภาพปัจจุบันเราอาจนึกภาพบรรยากาศเหล่านั้นไม่ออก แต่สำหรับคนเหมืองในอดีตแล้ว ภาพเก่าๆ ยังฉายวนเวียนอยู่ในความทรงจำเสมอเมื่อนึกถึง บางคนยังเล่าให้เราฟังพร้อมรอยยิ้มอิ่มเอม 

บ้านอีต่องเวลานี้คือปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ เป็นที่ตั้งของเหมืองดีบุกที่เคยรุ่งเรืองเมื่อราวปี พ.ศ.2483 โดยเป็นเหมืองขุดแร่ดีบุกที่มีคนงานร่วม 600 คน จนราคาแร่ทั่วโลกตกต่ำ ผลจากการตัดราคาของแร่จากจีน ประมาณปี พ.ศ.2527-2528 ความรุ่งโรจน์ของการขุดแร่ได้จบลง ปิล๊อกที่เคยรุ่งเรือง มีตลาดที่เฟื่องฟู เคยมีโรงภาพยนตร์ถึง 2 โรงก็เงียบเหงา เหมืองแร่ต่างๆ ที่นี่ทยอยปิดตัวลง คนงานเริ่มทยอยกลับบ้านแยกย้ายกันไป

ปัจจุบันนี้รายได้หลักของหมู่บ้านอีต่องคือการท่องเที่ยว ที่พักโฮมสเตย์ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบธรรมชาติ อากาศดี เพราะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร จากความสูงเหนือระดับน้ำทะเลขนาดนี้จึงทำให้อากาศเย็นตลอด มีอากาศดีและบริสุทธิ์ ห้องพักส่วนมากจึงไม่มีแอร์มีเพียงพัดลม ซึ่งพัดลมก็แทบไม่ต้องเปิด ดึกๆ นักท่องเที่ยวมักจะเรียกขอแต่ผ้าห่มเพิ่มจากเจ้าของที่พัก 

ระหว่างทางหากเป็นคนจดจำเก็บเกี่ยวความสุข เห็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน แนวเขาวางตัวในแนวทิศเหนือ–ใต้ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี มีพื้นที่ราบลุ่มเป็นจำนวนน้อย ความสูงของพื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 100–1,249 เมตร มีเขาช้างเผือกซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของพื้นที่เป็นยอดเขาสูงสุด สูง 1,249 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางยอดเขาที่สำคัญ ได้แก่ เขาช้างเผือก เขานิซา เขาพุถ่อง เขาด่าง เขาปาก ประตู เขาเลาะโล เขาประหนองโทคี เขาชะโลง ฯลฯ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของลำห้วยต่างๆ เช่น ห้วยมาลัย ห้วยกบ ห้วยซ่าน ห้วยองค์พระ ห้วยปีคี ห้วยปากคอก ห้วยเจ็ดมิตร ฯลฯ โดยไหลลงสู่ที่ราบทิศตะวันออกลงสู่เขื่อนเขาแหลม และลำน้ำอีกส่วนไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อย ชาวบ้านยังหวงแหนผืนป่าแห่งนี้อย่างยิ่งด้วยความเป็นป่าต้นน้ำเขาจึงไม่อยากให้ใครได้แตะต้อง

ด้วยความที่สองประเทศไทย-เมียนม่า มีเส้นกั้นเพียงเขตแดนชาวบ้านในพื้นที่ยังพอจะแลกเปลี่ยนอาหารกันได้ อย่างเช่นเนื้อสัตว์หรือของบางชนิด จากความศรัทธาแรงกล้าต่อพุทธศาสนาของชาวบ้านทั้งสองดินแดนมักจะร่วมทำบุญกันทุกวันพระ ขณะเดียวกันการพรากชีวิตสัตว์นานาชนิดในวันนั้นก็จะหยุดลงเพื่อให้รักษาศีล แม้ความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้นระบบการสื่อสารจะรวดเร็ว เมืองนี้ทุกค่ำคืนจะเงียบสงบอย่างเรียบง่าย ไอหมอกหนาเริ่มลอยเอื่อยผ่านลำธารก่อตัวหนาเข้าปกคลุมทั่วหมู่บ้านในเวลาเพียงไม่นานซึ่งภาพแบบนี้จะเห็นได้เกือบในทุกฤดูจนบางคนเรียกเมืองในหมอก

 

ช่วงเวลาหนึ่งของค่ำคืนในบ้านอีต่อง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์กี่ดีกรีไม่ได้จำ แต่รู้สึกได้แค่เบาบางมันกำลังพาเราดื่มด่ำกับบรรยากาศ หลังก้นแก้วสัมผัสพื้นโต๊ะความคิดด้านสัจธรรมก็ผุดขึ้นมาในหัว ..ทุกสิ่งอย่างเมื่อขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้วมันย่อมต้องร่วงลง ต้องปรับตัวอยู่กับความเป็นจริงให้ได้ เพียงเท่านี้ชีวิตย่อมมีสุขดังเช่นชาวเหมืองปิล็อกบางคน หญิงสาวเจ้าของโฮมสเตย์เดินมาบอกกับเราว่าตัวเขาไม่รู้สึกว่าเหมืองแร่ได้หายไปไหนรวมถึงบรรยากาศรอบตัว เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาถึงก็ถามเรื่องเหมืองหรือมาดูให้เห็นกับตาเสมอ “เพียงแค่เรามีรายได้จากทางอื่นไม่ใช่ขายแร่ แต่ก็ยังเกี่ยวพันอยู่กับเหมืองปิล็อกเช่นเดิม” เธอพูดจบแล้วนิ่งไปสักครู่ก่อนจะแถมเครื่องดื่มและอาหารให้กับอีกชุดใหญ่เพราะคุยกันถูกคอ

ด้วยแนวเขตแบ่งกั้นดินแดนห่างกันเพียงนิดทำให้สถานที่แห่งนี้ต้องมีผู้ปกป้องดูแลอย่างเคร่งครัด บริเวณยอดเนินช้างศึกหรือยอดดอยปิล๊อก ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์จุดหนึ่งของชายแดนไทย-เมียนม่า เป็นที่ตั้งฐานของตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 คอยตรวจตราสกัดกั้นยาเสพติดและพวกตัดไม้ทำลายป่า โดยสถานที่ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ 1,053 เมตรทำให้อากาศเย็นตลอดทั้งปี ด้านมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อสะดวกต่อการเดินทางหากเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกเหนือจากเวลาปฏิบัติการแล้ว สถานที่แห่งนี้ก็จะกลายเป็นจุดชมวิวอันสวยงามมองเห็นทิวทัศน์ได้ 360 องศา หากใครก็ตามสนใจจะมาพักผ่อนนอนชมดาวกางเต็นท์เจ้าหน้าที่ก็ไม่ห้าม แต่ต้องติดต่อมาล่วงหน้าและต้องปฏิบัติตามกฎเคร่งครัด

ห่างไม่ไกลเส้นทางลำบากการยึดมั่นในความแนวทางและวิถีชีวิตอย่างยาวนานยังมีอยู่ “ป้าเกล็น” แห่งเหมืองสมศักดิ์ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ไม่จากไปไหนแม้จะห่างไกลจากความเจริญและเหมืองก็ปิดไปแล้ว ป้าชื่นชอบกับชีวิตในเหมืองอยู่ต่อเนื่องนับจากที่สามีของป้าจากไปตั้งแต่วัยก่อนเกษียณได้ 5 ปี ปัจจุบันเหมืองสมศักดิ์ได้กลายเป็นแหล่งเที่ยวแบบโฮมสเตย์สำหรับคนรักธรรมชาติและรักป้า นักท่องเที่ยวมาจากหลายประเทศมาเพื่อพูดคุย มาสัมผัสธรรมชาติและมาเพื่อกินเค้กสูตรป้าเกล็น หากไม่อยากขึ้นมาถึงบ้านป้าเกล็นเค้กส่วนหนึ่งก็มีจำหน่ายในตลาดบ้านอีต่องด้วยในตอนเช้า 

อวลไอแดดยามเช้าเรายืนกลางไอหมอกรอแสงแรกของวันส่องกระทบยอดเขาเพื่อให้เราได้เห็นธรรมชาติรอบตัวอีกครั้งก่อนเดินทางกลับ บ้านอีต่องยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนหลงใหล ความเรียบง่ายของชาวบ้านความเป็นกันเองระหว่างเรากับธรรมชาติไม่มีอะไรกั้นนี่คือภาพจำยากจะลืม เช่นเดียวกันสิ่งเหล่านี้นับวันก็เริ่มจางหายตามกาลไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ..เราเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดไม่เปลี่ยนแปลงขอเพียงน้อมรับและปรับตัว เราจะยังอยู่อย่างมีความสุข ยิ้มรับแล้วโบกมือลา

ข้อมูลการเดินทางขับรถไปเองไม่ยากเหมือนเมื่อก่อน หากเป็นฤดูฝนต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ โดยจากตัวเมืองกาญจนบุรี ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 323 ผ่านอำเภอทองผาภูมิ ไปสู่หมู่บ้านอีต่อง ใช้เวลาประมาณ 3.30 ชม. ระหว่างทางจะพบจุดชมวิวให้ได้แวะพักเป็นระยะ

แวะเที่ยวก่อนกลับมาถึงกาญจนบุรีทั้งทีคงยากจะพลาดเที่ยวชมตัวเมืองฯชมประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือแม้กระทั่งเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วก็ต้องไม่ลืมจะนั่งหรือชมรถไฟผ่านเส้นทางสายมรณะบริเวณสถานีถ้ำกระแซ

อร่อยต้องชิมแน่นอนไม่ใช่แค่ของพื้นบ้านเท่านั้นที่ไม่ควรมองข้าม คนไม่ชอบหวานก็ต้องลอง ขนมเค้กสูตรป้าเกล็น มีทั้งเค้กส้มเค้กช็อคโกแลต รสละมุนนุ่มมีขายในตลาดบ้านอีต่องเหมือนกัน ใครพักแถวนั้นเดินออกไปซื้อตอนเช้าแล้วมานั่งกินคู่กันกับกาแฟเพลินอย่าบอกใคร

ของฝากขึ้นชื่อถ้าเป็นของฝากอยากให้นักท่องเที่ยวช่วยกันซื้อของจากฝีมือชาวบ้านทำกันขึ้นมาขาย เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้กับชุมชน ในวันหยุดเราจะเห็นชาวบ้านนำสินค้าออกมาวางขายการค่อนข้างเยอะ มีทั้งของกิน ของที่ระลึกเก็บไว้เตือนความจำว่าครั้งหนึ่งเราได้เคยมาเที่ยวบ้านอีต่องแล้วเช่นกัน