• 27 November 2020 at 12:07

Story/PHOTO : Piyawat Chitma

NEW MG EXTENDER GRAND 4WD 

แข็งแกร่ง ใหญ่ตอบสนองได้ดีประหยัดเกินคาด

เวลานี้เราคงปฏิเสธชื่อของเอ็มจีไม่ได้ จากการก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดเอสยูวีอย่างรวดเร็ว ด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความปราดเปรียวและเฉียบคม ซึ่งไม่เพียงแค่รถอเนกประสงค์เท่านั้น ทั้งนี้สายการผลิตของเอ็มจียังเติมเต็มตลาดด้วยกระบะไซส์ยักษ์

หลังเปิดตัวไปไม่นานเราได้ยินชื่อของ NEW MG EXTENDER โลดแล่นในตลาดอยู่พักใหญ่ หากจะว่าไปแล้วคิดสู้กับจ้าวตลาดอาจยากสักหน่อยแต่ถ้าหากพูดถึงเรื่องสมรรถนะก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน มีบางอย่างเราคาดไม่ถึงหลายเรื่องบางคนอาจยังสงสัยว่าเขามีดีอะไรถึงกล้าจะท้ารบในตลาดเมืองไทย วันที่ชื่อของ EXTENDER มาถึงครั้งแรกเขาได้เกิดมาพร้อมนิยามที่ว่า “กระบะพันธ์ยักษ์”

NEW MG EXTENDER แตกต่างด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบโมเดิร์นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเอ็มจี พร้อมมิติตัวถังขนาดใหญ่โดยมีทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) ที่มีความยาวกระบะท้ายถึง 1,900 มิลลิเมตร ซึ่งยาวที่สุดในรถระดับเดียวกันจึงช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุกได้มากยิ่งขึ้น และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ดีไซน์ที่เราเห็นทุกอย่างคือภาษาการออกแบบของเอ็มจีชัดเจน กระจังหน้าแบบรวงผึ้งพร้อมช่องดักลมขนาดใหญ่ตัดขอบด้วยขอบโครเมี่ยม ตรงกลางปั๊มโลโก้เอ็มจีขนาดใหญ่

ในขณะที่ไฟหน้าแบบแอลอีดีโปรเจคเตอร์ (LED Projector) พร้อม Daytime Running Lights แล้วในรุ่นนี้ยังมีระบบไฟเลี้ยวปรับตามองศาพวงมาลัย มีไฟตัดหมอกมาให้สองข้างรวมถึงบันไดข้างขนาดใหญ่ ส่วนล้อเป็นแบบอัลลอยด์ ลมดำขนาด 18 นิ้ว 255 / 60 R18 

นอกจากนี้ยังมีกล้องมองหลังพร้อมเซนเซอร์ขณะถอยช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับทุกครั้งเมื่อต้องอยู่ในจุดคับแคบแม้จะเป็นรถกระบะไซส์ยักษ์แต่ไม่ได้ความว่ารถคันนี้จะขับอยากเพราะเอ็มจีมีระบบช่วยทุกอย่างนอกจากนี้พร้อมช่วงล่างแบบ EUROPEAN TUNING SUSPENSION ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) ด้านหลังแหนบแบบซ้อนแผ่น (Leaf Spring Suspension) ทำงานควบคู่กับช่วงล่างแบบ BRIT Dynamic ซึ่งให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ในความเร็วต่ำ และให้ความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูง เพิ่มความปลอดภัยและมั่นใจในการใช้ ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่ในรุ่น Giant Cab แบบยกสูง ซึ่งตรงระบบของช่วงล่างเราต้องบอกว่ามันสร้างความประหลาดใจให้กับเราอยู่พอสมควร มีทั้งความนุ่มนวลและหนึบจริงบนเส้นทางออฟโรดบางช่วงของการทดสอบของเราต้องยอมรับว่าช่วงล่างซับแรงเอาไว้ได้อย่างดีผ่านไปได้อย่างสบาย แล้วการควบคุมพวงมาลัยไม่ได้อยากเย็นอย่างที่

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย และเก็บเสียงดีเยี่ยมด้วยการออกแบบฉนวนกันเสียง 9 จุด การออกแบบภายในสร้างความรู้สึกแข็งแกร่งสอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอกโดยใช้โทนสีเข้มและเพิ่มความเรียบหรูด้วยวัสดุ             ให้สัมผัสนุ่ม (SOFT TOUCH) พร้อมแผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก              ครบครัน อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว กุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ โดยในรุ่น Double Cab ยังมาพร้อมเบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า เบาะหลังพับได้ และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง 

สมรรถนะเยี่ยม และขับเคลื่อนได้เต็มประสิทธิภาพ  NEW MG EXTENDER ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ แปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร พร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ และแบบธรรมดา 6 จังหวะ ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER เพื่อตอบสนองทุกการใช้งาน โดยในรุ่น Double Cab จะมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนน 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L 

ครั้งแรกของโลกกับสมาร์ทปิคอัพ ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART NEW MG EXTENDER มาพร้อมระบบปฏิบัติการ i–SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์เอ็มจี ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถเชื่อมต่อกันได้ เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสั่งการ หรือ SMART Command ผ่านระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ที่สามารถสั่งการให้โทรออก เปิด-ปิดหรือควบคุมระบบปรับอากาศ หน้าต่างฝั่งคนขับ ตลอดจนวิทยุภายในรถ รวมทั้งค้นหาจุดสนใจ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG Mobile Application

การเชื่อมต่อ หรือ SMART Connect ที่สามารถเลือกฟังเพลงผ่าน Online Music ค้นหาร้านอาหารและที่พัก รวมทั้งเรียกดูข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ดังได้บนหน้าจอในรถ และการตรวจเช็กรถ หรือ SMART Check   โดยสามารถสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตู ตรวจสอบตำแหน่งและค้นหารถ แจ้งความผิดปกติ และแจ้งสถานะการทํางานของรถ รวมถึงระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ

ระบบความปลอดภัยครบครัน NEW MG EXTENDER มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ FSF (Full Space Frame) แบบ Ultra-high Strength Body ด้วยโครงสร้างที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง Thermoforming Steel ในบริเวณเสา A ไปจนถึงเสา B และโครงสร้างโดยรวมใช้เหล็กแบบ High Strength Steel ที่มีความแข็งแกร่งสูง ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และเสริมความมั่นคงในการขับขี่ พร้อมรับทุกสภาพการใช้งาน และปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ประกอบด้วย

เริ่มจากระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System) ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist) ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) แล้วก็เป็นระบบช่วยเหลือขณะลุยเส้นทางออฟโรดต่างๆเช่น ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System) รวมถึงระบบที่คอยช่วยเหลือเราในเมืองอย่าง ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System)เป็นต้นฯ

นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ รวมถึงกล้องมองภาพ รอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลังและด้านหน้า และกล้องมองหลังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ขณะเดียวเรื่องของความละเอียดของจอภาพส่วนตัวผมคิดว่ายังไม่ค่อยชัดเท่าที่ควรคงต้องปรับกันไปอีกสักหน่อย

สรุปความรู้สึกหลังได้ทดสอบทางไกลสิ่งแรกคือเรื่องพละกำลังตอบสนองของเครื่องยนต์ทำได้ดีกว่าที่คิด อัตราเร่งแซงทำได้ดีในโหมดธรรมดาและสปอร์ตถือว่าทำได้ดี กลับกันหากมาอยู่ในโหมดอีโค่คุณจะรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกแม้จะกดคันเร่งเพื่อคลิ๊กดาวน์รถทุกอย่างก็ยังรู้สึกว่ามันถูกล็อกเอาไว้น่าจะต้องปรับปรุงเรื่องนี้ สำหรับความประหยัดทำได้ดีครับ

ส่วนการซับแรงของระบบช่วงล่างถือว่าดีครับทำได้นุ่มนวลแต่ไม่ขาดความหนึบ ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถในมุมอับสายตาแสดงเป็นไฟสีส้มมุมกระจกไม่มีเสียงเตือนผมว่ามันค่อนข้างจะเล็กไปสักหน่อย แต่ถึงอย่างไรก็ตามเขาถือเป็นรถรุ่นกระบะรุ่นเดียวในตลาดตอนนี้ที่ใช้ระบบเบรกแบบดิสก์ทั้งหมดสี่ล้อ ราคาค่าตัว รุ่น2.0 DC GRAND 4WD X 6AT อยู่ที่1,029,000 บาท

ข้อมูลเทคนิค

รุ่นรถ NEW MG EXTENDER 2.0 DC GRAND 4WD X 6AT

แบบตัวถัง Off Road 4WD

มิติ(กว้าง xยาว x สูง มม.) 1,900 x 5,365 x 1,850

รหัสเครื่องยนต์ K15B

แบบเครื่องยนต์ Diesel 2.0L 4 Cylinders DOHC 16 Valve Turbo Intercooler

ขนาด 1,996 ซีซี.

กำลังสูงสุด 116  แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด 375 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,400 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง แบบอัตโนมัติ 6 สปีด 

ระบบขับเคลื่อน   4x4 ล้อ

พวงมาลัย แร็คแอนด์พิเนียน ผ่อนแรงด้วยไฮดรอลิค

ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม.(โดยประมาณ)

ความจุถังน้ำมัน73 ลิตร

ขนาดยาง/หน้า/หลัง 255 / 60 R18

ช่วงล่าง  

หน้า ปีกนกสองชั้น double wishbone

หลัง แหนบแบบซ้อนแผ่น

ระบบเบรกหน้า/หลังดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน/ดรัมเบรก ABS/EBD & EBA

เว็บไซต์ https://www.mgcars.com/