• 6 January 2021 at 13:50

ฟอร์ดชวนสาวสายลุย ไปเรียนรู้การปกป้องผืนป่า 

ที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง กับ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่

หลังจากที่  Ranger ปรับโฉมมาใหม่เราก็พร้อมที่จะออกเดินทางสู่โลกกว้างกันอีกครั้ง ถือเป็นทริปสุดท้ายของปีที่ทาง ฟอร์ด ประเทศไทย ได้รวมพลหญิงสายลุย ชวนไปเรียนรู้การปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง โดยมีรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ที่พร้อมจะลุยกับเราไปได้ทุกที่แบบถึงไหนถึงกันมาร่วมขบวนเดินทางในครั้งนี้

          สำหรับ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มีการปรับโฉมให้ดูโฉบเฉี่ยว ดุดัน  ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าตัวตระแกรงจะเป็นสีดำตัดขอบด้วยสีส้มออกแบบมาได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว และอุปกรณ์เสริมตัวใหม่ล่าสุดก็คือ ชุดปิดฝากระบะท้ายที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าเรียกว่า Power   จะมีปุ่มกดจากในตัวรถไม่ว่าจะเปิดหรือปิดฝาตัวรถต้องจอดอยู่กับที่เท่านั้นซึ่งมีอยู่ในรุ่นไวลด์แทรคเท่านั้น

 นอกจากกิจกรรมเรียนรู้การปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้วในทริปนี้เรายังจะได้ลองขับเพื่อที่จะได้รับรู้ถึงสมรรถนะของรถกันอีกด้วย โดยในทริปนี้จะมีรถมาอยู่ในขบวนกันอยู่หลายรุ่น ถ้าเป็นตัวเรนเจอร์ใหม่ก็จะมาด้วยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ทั้งเทอร์โบเดี่ยวและเทอร์โบคู่ ที่อยู่ใน ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์  ในเครื่องยนต์แบบเทอร์โบคู่เมื่อผสานการทำงานกับเกียร์ 10 สปีด 213 แรงม้า ที่มาพร้อมแรงบิด 500 นิวตันเมตร และในขณะที่เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร จะทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ใน ฟอร์ด เรนเจอร์ XLT แรงม้าจะอยู่ที่ 160 แรงม้า และแรงบิด 385 นิวตันเมตร

ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นไหนก็ทำให้เห็นว่ามีพลังเหลือๆไม่ว่าจะไปบรรทุกหรือลากจูงรับลองได้ว่าตอบโจทย์ได้ทุกรูปแบบและทุกสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน เราได้รู้จักเครื่องยนต์และพละกำลังของรถกันอย่างนี้แล้วก็ถึงเวลาที่เราจะไปพิสูจน์กันว่า ฟอร์ด เรนเจอร์  ใหม่ จะทำได้อย่างที่เราคิดจริงๆ รึเปล่า

การเดินทางก็ตามคอนเซ็ปต์เลย ผู้หญิงล้วนๆ  Ladies Drive with Forest Ranger โดยมีสื่อมวลชนหญิงแกร่งมาร่วมกิจกรรม 24 ท่านจากสื่อต่างๆ  โดยรถ 1 คันจะมีผู้ร่วมเดินทาง 3 ท่าน ก็จะใช้วิธีสลับกันขับ ก่อนที่จะเดินทางไปยังสถานีควบคุมไฟป่าทุ่งแสลงหลวง  คุณกมลชนก ประเสริฐสม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย และตลาดอาเซียน ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ถึงการมาในครั้งนี้ให้เราได้ทราบว่า กิจกรรมนี้เราได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่วยกันป้องกันไฟป่าที่จะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ที่ทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรทางธรรมชาติไปอย่างมากมายและยังส่งผลให้เกิดปัญหาฝุ่น PM 2.5

ที่จะมามีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของเราและคนในประเทศ  การเดินทางมาสร้างแนวกันไฟป่าครั้งนี้จะช่วยเติมเต็มพันธกิจของฟอร์ดในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ที่เห็นความสำคัญในการป้องกันผืนป่าและช่วยลดมลพิษ เมื่อฟังสรุปถึงตัวกิจกรรมจบแล้วถึงเวลาขบวน ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ออกเดินทางจากจุดสตาร์ทเพื่อมุ่งหน้าไปยังอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เพื่อไปร่วมทำกิจกรรมกันที่สถานีควบคุมไฟป่าทุ่งแสลงหลวงนั่นเอง

 เส้นทางที่เราใช้นั้นค่อนข้างเป็นทางโค้งและสลับกับขึ้นเขา – ลงเขา ตลอดเส้นทางแต่ด้วยกำลังของรถแล้วทางแค่นี้ถือว่าสบายมาก ด้วยพวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้าที่มาช่วยผ่อนน้ำหนักให้เรารู้สึกขับสบายๆ จนมาถึงสถานีควบคุมไฟป่าเราได้พบกับผู้หญิงท่านหนึ่งซึ่งนับเป็นผู้หญิงคนแรกที่เป็นหัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าในประเทศไทย ผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลผืนป่าทุ่งแสลงหลวง ที่มีขนาดถึง 789,000 ไร่ หลังจากฟังคุณขนิษฐา ดอนชัย เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยควบคุมไฟป่า และสิ่งที่เรารู้เพิ่มเติมก็คือการที่จะป้องกันไฟป่าได้นั้นเราต้องทำการ “ชิงเผา” ซะก่อน อันนี้เป็นความรู้ใหม่ของเราจริงๆ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการชิงเผานั้นคืออะไร  การชิงเผา ก็คือการแบ่งเชื้อเพลิงเป็นแปลงๆ คือการทำให้เชื้อเพลิงมีปริมาณน้อยลง เช่น ใบไม้ที่ร่วงหล่นมาไม่ทับถมกันมาก เมื่อเผาไหม้จะไม่รุนแรง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าในหน้าแล้ง แก้ปัญหาได้ทั้งเรื่องระบบนิเวศและปัญหาฝุ่นควันในขณะเดียวกัน  ปกติแล้วการชิงเผานั้นเขาจะทำกันก่อนที่จะเข้าฤดูที่จะเกิดไฟป่าซึ่งจะเป็นช่วงที่จะเข้าหน้าแล้งเพราะใบไม้ใบหญ้าจะแห้งมากและอาจจะทำให้ติดไฟง่ายไม่ว่าจะเป็นภัยจากธรรมชาติหรือน้ำมือมนุษย์ที่คิดน้อย

 วันนี้ที่เราสาวๆ มาที่นี่ก็เพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจปกป้องผืนป่า ซึ่งไม่ได้เป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่มีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน การทำกิจกรรมจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจะขับรถ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ที่ลากจูงแท้งค์น้ำมาด้วยลงไปสูบน้ำที่ด้านล่าง ถึงแม้จะเป็นการลากจูงบรรทุกน้ำมาเต็มแท้งค์แต่การขับขึ้นมาบนทางลูกรังและไต่มาตามทางลาดชันก็ไม่เป็นอุปสรรคให้กับรถเลยเพราะระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) ก็ช่วยให้เราเหยียบคันเร่งขึ้นมาได้อย่างสบาย 

 

ส่วนกลุ่มสองก็จะทำการประกอบเครื่องมือช่วยดับไฟอยู่ด้านบน ซึ่งอุปกรณ์ที่เราจะนำติดตัวเข้าไปทำกิจกรรม ก็จะมี ไม้ตบไฟ ถังฉีดน้ำ ครอบ โดยมีคุณขนิษฐา ดอนชัย มาสอนให้เราประกอบอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมกับแจ้งให้เราได้ทราบว่าเครื่องมือแต่ละอย่างใช้ในการช่วยดับไฟอย่างไรจากนั้นเราก็ช่วยกันขนอุปกรณ์ทั้งหมดขึ้นวางไว้ที่ท้ายกระบะ  แล้วขับไปยังจุดที่เราจะไปเรียนรู้การดับไฟกัน พอไปถึงเราช่วยกันขนเครื่องมือลงจากรถไปวางเรียงแยกอุปกรณ์ไว้เป็นที่เรียนร้อย  สาวเก่งแห่งทุ่งแสลงหลวงพี่ขนิษฐาก็เริ่มจำลองการดับไฟให้เราได้มาลองทำกันดู

นี่ขนาดเป็นเพียงการจำลองเหตุการณ์กองไฟยังร้อนระอุขนาดนี้จนเราต้องเดินหลบแต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเป็นไฟป่าที่เกิดขึ้นจริงเราต้องยอมรับเลยว่างานนี้หนักจริงๆ กับการที่ต้องสู้กับไฟที่มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ดับยาก แต่ครั้งนี้เรามี ฟอร์ด เรนเจอร์ ที่บรรทุกแท้งค์น้ำมาช่วยดับไฟในครั้งนี้ด้วย  ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกครั้งในชีวิตที่เราได้มาเรียนรู้การควบคุมไฟป่าจากพี่ ขนิษฐา ดอนชัย หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าหญิงคนแรกในประเทศไทย ที่อุทิศตนดูแลผืนป่าแห่งนี้แทนพวกเราทุกคน

วันที่สอง หลังปฏิบัติภารกิจสุดท้าทาย เราได้เดินทางด้วยรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ สัมผัสประสบการณ์การเดินทางแบบออฟโรด ผ่านเส้นทางถนนลูกรัง และผ่านอุปสรรคต่างๆ เพื่อเดินทางเข้าสู่ทุ่งนางพญาเมืองเลน ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ทุ่งนางพญาเป็นทุ่งหญ้าที่แวดล้อมด้วยป่าสนสองใบสลับกับป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง เหมาะสำหรับการชมวิวทิวทัศน์ และผู้ที่ต้องการใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยบรรยากาศคล้ายคลึงกับทุ่งหญ้าสะวันนาในทวีปแอฟริกา มีป่าสนเขาขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น รวมถึงไม้ดอกสีสันสวยงามที่มีอยู่หลากหลายชนิด ก่อนร่วมรับประทานอาหารเช้าแบบแคมป์ปิ้งท่ามกลางลมหนาว และภูมิประเทศที่งดงาม

หลังจากที่เราขับรถเข้ามายังจุดแคมป์ปิ้งก็ได้พบกับอาหารเช้าท่ามกลางป่าและต้นไม้ที่ร่มเย็น เป็นบรรยากาศที่หายากมากในเมืองกรุง เราจึงต้องตักตวงความสุขท่ามกลางหมู่มิตรที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันอย่างเต็มที่ บางคนก็ไปเดินเล่นเก็บภาพความประทับใจ บางคนก็จับกลุ่มนั่งสนทนากันอย่างสนุกสนาน ก็บรรยากาศมันเป็นใจเราจึงได้ภาพสวยๆของผู้ร่วมเดินทางมาประกอบตัวหนังสือที่เรากำลังนั่งบรรยายอยู่นี้เก็บมาใส่ไว้ให้ดูกันด้วย และนี่ก็คงจะบอกได้ว่าผู้หญิงก็แกร่งได้ไม่แพ้ผู้ชาย ถ้าเราคิดจะลงมือทำและทำด้วยใจในหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอะไรก็ทำได้ 

สุดท้ายนี้เราต้องขอขอบคุณ ฟอร์ด ประเทศไทย ที่พาเหล่าพลังหญิงมาร่วมกิจกรรมดีๆ พร้อมกับให้เราได้มาสัมผัสกับ รถยนต์ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ที่มาร่วมทำภารกิจครั้งนี้ด้วยกัน ได้สัมผัสการใช้ชีวิตแบบเรนเจอร์ ตามแนวคิด “Live The Ranger Life” ทั้ง 5 ประการ ให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ “เราพร้อมลุยเสมอ (Up and Over)” และ “ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับเรา (Bring Others Along the Journey)”  นอกจากจะได้ร่วมมือกันทำให้งานยากกลายเป็นสิ่งที่สำเร็จได้โดยง่ายแล้ว ยังสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนให้ผู้หญิงในการร่วมมืออนุรักษ์ระบบนิเวศ และป้องกันไฟป่าอันเป็นหนึ่งในสาเหตุที่มาของฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่คนไทยกำลังให้ความสำคัญอีกด้วย