โรคมะเร็งตับอ่อน Pancreatic cancer

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านและแฟนๆ ออโตวิชั่น แอนด์ ทราเวล ที่เคารพรักทุกๆ ท่าน UNSEEN DOCTOR ในตอนนี้ จะขอกล่าวถึงมะเร็งชนิดหนึ่ง ที่ได้ยินกันเสมอว่ารักษาได้ยากและผู้ป่วยมักเสียชีวิตในเวลาไม่นานหลังจากตรวจพบว่ามีอาการของมะเร็งชนิดนี้

มะเร็งตับอ่อน : Pancreatic cancer เป็นมะเร็งที่มีอัตราเสียชีวิตจากโรคสูงเป็นอันดับ 4 ของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั้งหมด แต่เป็นมะเร็งที่พบได้ไม่บ่อยนัก โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากเซลล์ท่อตับอ่อน (Ductal Adenocarcinoma) มีส่วนน้อยที่เกิดจากเซลล์ที่สร้างฮอร์โมนต่างๆ หรือบางชนิดมีลักษณะเป็นถุงน้ำ

ตับอ่อน เป็นอวัยวะที่อยู่ในส่วนของช่องท้องด้านบน มีหน้าที่หลักคือผลิตน้ำย่อยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน ส่งออกจากท่อน้ำดีส่วนปลายออกสู่ลำไส้เล็ก โดยที่ยังมีหน้าที่สร้างฮอร์โมนอินซูลิน(ลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด) และฮอร์โมนกลูคากอน (ควบคุมสมดุลระดับน้ำตาล) ซึ่งตำแหน่งของตับอ่อนคือหลังกระเพาะอาหารและติดกับลำไส้เล็กส่วนต้น

อาการของมะเร็งตับอ่อนจะขึ้นกับตำแหน่งของมะเร็ง โดยที่พบมากมักเป็นที่ตำแหน่งส่วนหัวของตับอ่อนซึ่งเป็นทางผ่านของท่อน้ำดี เกิดการอุดตันของท่อน้ำดี เกิดการคั่งของน้ำดีในกระแสเลือด ทำให้ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะมีสีเข้ม ถ่ายอุจจาระเป็นมันเนื่องจากไขมันไม่ย่อย กินอาหารได้น้อย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด และเมื่อก้อนมะเร็งลุกลามเข้าไปบริเวณเส้นประสาทก็จะมีอาการปวดท้อง หากเข้าไปเบียดลำไส้เล็กส่วนต้นจนอาหารเคลื่อนผ่านไม่ได้ก็จะมีการอาเจียนหนักร่วมด้วย

ก้อนมะเร็งอยู่ที่บริเวณตัวหรือหางตับอ่อน ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเมื่อก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่หรือเมื่อมีการกระจายของมะเร็งแล้ว เนื่องจากมะเร็งในบริเวณตัวหรือหางตับอ่อนไม่ได้อยู่ใกล้ท่อน้ำดี อาการของมะเร็งในสองส่วนนี้ ได้แก่ อ่อนเพลีย กินอาหารได้น้อย น้ำหนักลด ปวดท้องเมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้นจนไปเบียดบริเวณเส้นประสาท ท้องโต หรือท้องมานเมื่อมะเร็งกระจายไปยังเยื่อบุช่องท้อง

ผู้ป่วยมะเร็งบริเวณหัวตับอ่อน มักจะมาพบแพทย์และรู้ตัวได้เร็วกว่ามะเร็งบริเวณตัวหรือหางตับอ่อน เนื่องจากอาการตัวเหลืองเมื่อมะเร็งไปเบียดท่อน้ำดีทำให้ผู้ป่วยทราบถึงความผิดปกติของร่างกายตนเอง จึงมักพบมะเร็งบริเวณหัวตับอ่อนในขณะที่ก้อนมะเร็งยังไม่ใหญ่หรือยังไม่อยู่ในระยะลุกลามเหมือนกับมะเร็งที่บริเวณตัวหรือหางตับอ่อน 

ในการตรวจวินิจฉัย เมื่อมาพบแพทย์ด้วยอาการตัวเหลือง อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ปวดท้องเรื้อรัง บางรายคำพบก้อนในท้อง แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจการทำงานของเม็ดเลือด ตรวจการทำงานของตับ ตรวจอัลตราซาวนด์ ซีทีสแกน และพิจารณาตัดชิ้นเนื้อมาตรวจเป็นราย ๆ ไป โดยจะแบ่งออกเป็นสามระยะ ได้แก่ มะเร็งตับอ่อนระยะที่ผ่าตัดได้ (Resectable pancreatic cancer) มะเร็งตับอ่อนที่ก้ำกึ่งว่าจะผ่าตัดได้หรือไม่ (Marginally unresected tumor) และมะเร็งตับอ่อนระยะที่ผ่าตัดไม่ได้ (Unresectable Pancreatic Tumor) ซึ่งการผ่าตัดจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ด้วยการผ่าตัดแบบกว้างตัดก้อนมะเร็งออกพร้อมอวัยวะข้างเคียงเพื่อหวังผลโดยตรงในการรักษา ผ่าตัดทำทางเบี่ยงท่อน้ำดี หรือผ่าตัดลดการอุดตันของทางเดินอาหารในกรณีที่ผ่าตัดก้อนมะเร็งออกไม่ได้ และประคับประคองอาการด้วยการฉายรังสี และการใช้เคมีบำบัด ทั้งนี้ กล่าวได้ว่าโอกาสการรักษามะเร็งตับอ่อนให้หายขาดมีไม่มากนักเนื่องจากมักตรวจพบในระยะที่ผ่าตัดไม่ได้แล้ว ได้แต่เพียงประคับประคองอาการไปเท่านั้น

สาเหตุของมะเร็งตับอ่อนนั้น เชื่อว่ามาจากหลายปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน เช่นพันธุกรรม ทั้งพันธุกรรมชนิดถ่ายทอดและชนิดไม่ถ่ายทอด โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง การได้รับสารเคมีที่เป็นสารก่อมะเร็งเป็นประจำ พฤติกรรมสูบบุหรี่ พฤติกรรมการบริโภคอาหารประเภทไขมันสัตว์เป็นปริมาณมากเป็นประจำ โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยพบในผู้ป่วยอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป ในอัตราส่วนประชากร 15 : 100,000 คนโดยประมาณ ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่ต่ำ การที่พบว่ามีอาการตัวเหลือง อ่อนเพลีย ปวดท้อง น้ำหนักตัวลดฯลฯ ตามที่กล่าวไปข้างต้น จึงควรคำนึงถึงโรคอื่นๆ ด้วยไม่ใช่พะวงปักใจระแวงอยู่แต่โรคมะเร็งตับอ่อนเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ การป้องกันมะเร็งตับอ่อน ก็คือการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ กินแต่อาหารที่มีประโยชน์รวมทั้งผัก ผลไม้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

Photo credit : nfcr.org