• 9 March 2021 at 11:35

STORY/PHOTO : PIYAWAT CHITMA

Ford Ranger Wildtrak 2021

เสริมหล่อ เพิ่มความมั่นใจรับประกันยาว

เดินหน้าต่อเนื่องหวังมีส่วนแบ่งด้านการตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งหนึ่งในการปรับโฉมครั้งนี้ของเรนเจอร์อาจไม่ใช่เพียงแค่หน้าตาที่หล่อขึ้น ทว่ายังมีเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าด้วยการเพิ่มความเชื่อใจกับการรับประกันเครื่องยนต์ และเกียร์ นาน 10 ปี หรือ 1,5000 กิโลเมตร 

สำหรับผมฟอร์ดเรนเจอร์ไม่ว่ารุ่นไหนเมื่อได้ลองสัมผัสย่อมรู้สึกดีเสมอ ด้วยความเป็นรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง ที่ถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะมาได้รอย่างครบถ้วนแทบจะทุกรายละเอียด ซึ่งในการปรับโฉมครั้งนี้ฟอร์ดปรับพร้อมกันครบทุกรุ่นในกลุ่มเรนเจอร์ ย้อนกลับไปดู ฟอร์ด เรนเจอร์ ในอดีตต้องบอกว่าเขามาเพื่อปฏิวัติมาตรฐานวงการรถกระบะ ด้วยการผสมผสานสมรรถนะอันแข็งแกร่ง การออกแบบเหนือระดับ และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เหนือกว่า

มาพร้อมกับความประณีตและความสะดวกสบายแต่ยังคงโดดเด่นด้วยมาตรฐานความแกร่งสมบุกสมบันของกระบะนิยาม ‘เกิดมาแกร่ง’ นับได้ว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ คือ สัญลักษณ์ความแกร่งอันชาญฉลาดที่พร้อมช่วยลูกค้าให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น

ทว่าในโฉมนี้ฟอร์ดเองกลับออกมาประกาศถึงนิยามใหม่ในฐานะรถยนต์ที่สะท้อนนิยามการใช้ชีวิตที่แตกต่างและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่น ซึ่งเป็นรูปแบบการใช้ชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของลูกค้าฟอร์ด ในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของเขา ฟอร์ดได้เปิดตัวนิยามใหม่ของการใช้ชีวิตแบบเรนเจอร์ ภายใต้แนวคิด ‘Live The Ranger Life’ ที่สะท้อนความแข็งแกร่งจากภายในสู่ภายนอก บ่งบอกตัวตนของเจ้าของรถฟอร์ด เรนเจอร์ ภายใต้ 5 รูปแบบการใช้ชีวิตที่มีเอกลักษณ์ ประกอบด้วย

- เราพร้อมลุยเสมอ (Up and Over) สื่อถึงลูกค้าฟอร์ดที่ไม่ว่าสถานการณ์จะยากลำบากขนาดไหน ก็พร้อมลุยฝ่าฟันทุกอุปสรรค

- ไม่ว่าอย่างไร เราพร้อมช่วยเหลือ (Can’t Help But Help) เราเห็นได้บ่อยครั้ง เมื่อมีผู้คนหรือชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือ กลุ่มลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์ ของเรา คือคนที่พร้อมลงพื้นที่ ออกไปช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ

- สร้างเส้นทางในแบบคุณ (Where There Isn’t a Path Carve One) เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ ลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์ จึงพร้อมสร้างทางเดินของตัวเองด้วยความมั่นใจ ไม่หวั่นต่ออุปสรรคใดๆ

- ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับเรา (Bring Others Along the Journey) ลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์ คือคนที่มีเป้าหมายในชีวิต และยินดีที่จะได้แบ่งปันสิ่งดีๆ และเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้กับคนรอบตัว เพื่อให้ทุกคนได้เดินไปสู่เป้าหมายของตัวเอง

- เราสนุกกับทุกสิ่งที่ทำ (We Make Our Own Fun) รถฟอร์ด เรนเจอร์ มีคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจน มาพร้อมกับสมรรถนะเหนือชั้น ให้ลูกค้าของเราได้ออกไปใช้ชีวิตให้สนุกและมีความสุขบนเส้นทางในแบบคุณ

จากนี้ไปเราอาจไม่คุ้นกับคำว่าแกร่งของฟอร์ดเพียงอย่างเดียว เพราะความแข็งแกร่งยังมีอยู่แต่จะเพิ่มความเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้นผ่านทุกช่องทาง ในเดือนนี้เราได้ตัวหล่อสุดในคลาสเรนเจอร์มาทดสอบคือ Ford Ranger Wildtrak เพียงแค่เห็นการเสริมเติมแต่งความรอบคันที่เป็นสีดำก็รู้สึกถึงความเข้มแข็งและดูดุดันมากยิ่งขึ้น มาดูส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเดิมว่ามีอะไรบ้างโดยโฉมนี้ฟอร์ดได้ปรับดีไซน์ภายนอกให้ต่างไปจากเดิมหลายจุดอยู่เหมือนกันมาเริ่มกันด้วยกระจังหน้าสีดำตกแต่งด้วยขอบสีส้ม Saber เฉพาะรุ่น Wildtrak 

 

ชุดไฟหน้าเป็นแบบ LED Projector ตกแต่งด้วยโคมสีดำจัดกับสีตัวรถ พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LEDรวมถึงไฟตัดหมอกด้วยเช่นกัน แล้วที่สำคัญส่วนของโลโก้ฟอร์ดทั้งหน้าและหลังจะแตกต่างออกไปจากทุกรุ่นคือเขาใช้เป็นสีดำบริเวณกระจังหน้าตัวอักษรเป็นสีเงินฟอร์ดบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ไม่ใช่สีน้ำเงินในโลโก้ ฝาครอบกระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยว มือเปิดประตูสีดำ ตัวราวหลังคาสำหรับติดแร็คก็เป็นสีดำแบบเดียวกันกับสปอร์ตบาร์สีดำ และกันชนท้ายสีดำ เสริมด้วยล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว 

ตัวโลโก้บริเวณประตูทั้งสองข้างก็เป็นสีดำ ความพิเศษอีกอย่างในรุ่นนี้คือ เป็นครั้งแรกที่ฟอร์ดแนะนำอุปกรณ์เสริมใหม่ เป็นชุดปิดฝากระบะท้ายควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า (Power roller shutter) เป็นสำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เฉพาะรุ่น ผมว่ามันเหมาะมากสำหรับนักเดินทาง เพราะเปิด-ปิดได้สะดวกเพียงกดสวิทช์ฝั่งขวาของคนขับแต่มีเงื่อนไขรถต้องจอดนิ่งรวมถึงต้องเข้าเกียร์ในตำแหน่ง P ด้วย ใช้เวลาเปิดไม่นานเสียงเงียบวัสดุเป็นอลูมิเนียมน้ำหนักเบาปิดได้สนิทพอดีถือว่ายอดเยี่ยม แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าเมื่อเราเปิดสุดพื้นที่กระบะด้านในจะหายไปนิดหน่อยเพราะเขาจะมีมอเตอร์ติดมาด้วยเพื่อเลื่อนฝาท้าย แล้วฝาท้ายก็เป็นแบบผ่อนแรงปิดง่ายไม่ต้องใช้แรงมากเป็นรายแรกที่ใช้แบบนี้ 

ส่วนภายในห้องโดยสารแสดงตัวตนความไวล์แทรคชัดเจนตั้งแต่เบาะหนังสีดำตัดกับแถบสีส้มบริเวณที่นั่งรวมถึงปั๊มคำว่า “Wildtrak” บริเวณพนักพิงหลังความประณีตชัดเจนผ่านเส้นดายสีส้มเดินตะเข็บครบตั้งแต่คอนโซลหน้า พวงมาลัย แผงประตู รวมถึงคอนโซลฝั่งผู้โดยฝั่งซ้ายก็สกรีนคำว่า “Wildtrak” สีส้มติดไว้ด้วยเช่นกัน เบาะนั่งฝั่งคนขับปรับ 6 ทิศทางและปรับดันหลังอีก 2 ระดับ ฝั่งผู้โดยสารปรับได้ 4 ทิศทาง กระจกมองข้างปรับด้วยไฟฟ้า พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่นหน้าจอ SYNC 3 ขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบนำทางในตัว ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 2 โซน และช่องจ่ายไฟ 230 โวลต์ทางด้านหลังส่วนตัวผมชอบทุกรุ่นที่ฟอร์ดใส่ปลั๊กมาให้เพราะมันใช้งานได้หลายอย่าง

ส่วนเครื่องยนต์ ในรุ่น Hi-Rider เป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร มี Turbo มาให้ กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที เลือกได้ทั้งเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ความน่าสนใจในเครื่องยนต์บล็อกนี้ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น โดยฟอร์ดยื่นขอเสนอมาพร้อมการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) นับเป็นการแก้ปัญหาได้ชัดเจนและตรงตัว ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกสองชั้น พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง(MacPherson Struts) ด้านหลังเป็นแบบแหนบแผ่นซ้อนกัน 

ในเรนเจอร์ ไวลด์แทรค ยังได้ติดตั้งระบบความปลอดภัยมาให้รวมถึงระบบช่วยการขับขี่เช่นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ขณะที่ระบบความปลอดภัยมาตรฐานของรุ่นไวลด์แทรค ประกอบด้วย ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA, ระบบช่วยลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM, สัญญาณเตือนกะระยะหน้า-หลัง และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เป็นต้น

สรุปความรู้สึกหลังได้ทดสอบสิ่งที่สัมผัสได้คือความเป็นตัวตนของฟอร์ดยังอยู่ครบถ้วนเช่นเดิม การตอบสนองเครื่องยนต์แม้จะไม่ใช่ Bi-turbo แต่ก็ตอบสนองได้เพียงพอไม่ถึงกับอืดจนน่ารำคาญ ยิ่งเรื่องช่วงล่างก็ต้องยอมรับว่าของเขาดีจริงซับแรงสะเทือนในเส้นทางออฟโรดแบบเบาๆได้อย่างดีใครที่กำลังลังเลเกี่ยวกับเครื่องยนต์หรือเกียร์ของเขาคงต้องลองหันมามองอีกครั้งเพราะเขายื่นข้อเสนอขนาดนี้น่าสร้างความมั่นใจได้อย่างดี เหมาะสำหรับใครโดยส่วนตัวผมคิดว่าคนที่ชอบรถที่ยกสูงแล้วมีสไตล์เป็นของตัวเองแต่ไม่ชอบหรือไม่มีเวลาเข้าป่าแบบหนักๆควรหันมามองรุ่นนี้เพราะมันถูกต้องกับความต้องการ ราคาค่าตัวในรุ่นที่เรามาทดสอบ 2.0L Turbo Hi-Rider 10AT อยู่ที่ 1.029 ล้านบาท 

ข้อมูลเทคนิค

รุ่นรถ FORD RANGER Wildtrak 2021

แบบตัวถัง กระบะ(PICUP) Hi-Rider (ขับเคลื่อนสองล้อยกสูง)

มิติ(กว้าง xยาว x สูง มม.) 1,867 x 5,376 x 3,220

แบบเครื่องยนต์ 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว เทอร์โบชาร์จเจอร์พร้อมอินเตอร์คูลเล่อร์

ขนาด 2.0 ลิตร

กำลังสูงสุด         180  แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง เกียร์ธรรมดา(Manual) 6 Speed 

ระบบขับเคลื่อน      ล้อหลัง

พวงมาลัย         แร็คแอนด์พิเนียน พาวเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า(EPAS)

ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.(โดยประมาณ)

ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร

ขนาดยาง/หน้า/หลัง 265/60 R18

ช่วงล่าง  

  หน้า อิสระปีกนกสองชั้น พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง(MacPherson Struts)

หลัง            แหนบแผ่นซ้อนกันพร้อมเหล็กกันโคลง

  ระบบเบรกหน้า/หลัง  ดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน/ดรัมเบรก ABS/EBD & EBA

เว็บไซต์ www.ford.co.th