• 11 March 2021 at 22:14

ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max  

เท่ แกร่ง พร้อมลุย สำหรับสายออฟโรดตัวจริง

       ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ รถกระบะที่ออกแบบมาเพื่อออฟโรดตัวจริง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เป็นรถที่แต่งหล่อมาจากโรงงานโดยพัฒนาต่อยอดจากเรนเจอร์ FX4 รุ่นก่อนหน้าให้เหนือไปอีกขั้น พร้อมเติมความโดดเด่นที่แตกต่างด้วยอุปกรณ์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร เพื่อให้เป็นเรนเจอร์อีกรุ่นที่แตกต่างอย่างแท้จริง

     

       FX4 Max ใหม่ มาพร้อมรูปโฉมภายนอกที่สะดุดตาด้วยกระจังหน้าที่มีโลโก้ฟอร์ดสะกดด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ F-O-R-D ตามแบบฉบับของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกสีเทาเข้มตั้งแต่ฝาครอบกระจกมองข้าง มือจับประตู ซุ้มล้อไปจนถึงกันชนท้าย ด้านหลังตกแต่งด้วยโรลบาร์สีดำยาวทอดตลอดกระบะท้าย บันไดข้างได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูเท่และดุดัน พร้อมพื้นผิวกันลื่นสำหรับการใช้งานออฟโรดเต็มพิกัด    

       สะท้อนสมรรถนะและความสมบุกสมบัน ด้วยการปรับจูนระบบกันสะเทือนและช่วงล่างใหม่เพื่อตอบสนองการขับขี่ออฟโรดที่ดีเยี่ยม พร้อมยางออลเทอร์เรน KO2 จาก BF Goodrich เช่นเดียวกับรถกระบะดีเอ็นเอฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ อย่างฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ด้วยยางขนาด 265/70 R17 มอบความมั่นคงในการยึดเกาะถนนที่มีพื้นผิวขรุขระ และพื้นผิวด้านข้างที่คงทนยิ่งขึ้น เข้ากับล้ออัลลอยขนาด 17 x 8 นิ้ว ทั้งด้านหน้าและหลัง ออฟเซ็ท +42 มม. ทำให้ฐานล้อกว้างขึ้นถึง 26 มม. ขณะที่ล้ออะไหล่เป็นล้ออัลลอยพร้อมยางออลเทอร์เรนเช่นกัน 

       ล้ออัลลอยของฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ โดดเด่นด้วยสีเทาเข้มดุดัน ซึ่งเป็นสีเดียวกับกระจังหน้า และรายละเอียดภายนอก พร้อมติดตั้งคิ้วล้อดีไซน์ใหม่เพื่อเน้นความโดดเด่นของฐานล้อที่กว้างขึ้น ทำให้ส่วนประกอบภายนอกทั้งหมดดูเข้ากันอย่างลงตัว  

       ช่วงล่างของฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ พร้อมพิชิตเส้นทางสมบุกสมบันด้วยระบบกันสะเทือน FOX Shock แบบโมโนทิวบ์ขนาด 2 นิ้ว ทั้งด้านหน้าและหลัง โดยโช้คหลังมาพร้อมกับ Sub-Tank ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับแรงกระแทกและเพิ่มความทนทานในการใช้งานแบบออฟโร้ด ผสานกับคอยล์สปริงด้านหน้าที่มีการปรับจูนใหม่และการควบคุมความสะเทือนด้านหลังแบบโช้คไขว้เพื่อรองรับการบรรทุกสัมภาระ ด้านแหนบรองน้ำหนักได้รับการพัฒนาให้เหมาะทั้งกับการขับขี่แบบออฟโรดและยังพร้อมรับน้ำหนักในการบรรทุกและลากจูง 

       ด้วยระบบกันสะเทือนที่ยกสูงขึ้น 20 มม. บวกกับการใช้ยางออลเทอร์เรน ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ มี ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground clearance) ยกสูงจากพื้นถนนมากถึง 256 มม. ซึ่งสูงกว่ารุ่น XLT ยิ่งไปกว่านั้น ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ ยังมีมุมเงยและมุมจากที่ถูกยกระดับขึ้นจากรุ่น XLT เพื่อตอบสนองการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อได้อย่างเต็มที่ 

       ด้านระบบส่งกำลัง ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ ทำงานด้วยขุมพลังเดียวกับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร สามารถบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 981 กก. และลากจูงได้สูงสุดถึง 3,500 กก.  

       ภายในห้องโดยสารที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานแบบออฟโรดโดยเฉพาะ กับเบาะนั่งพิเศษเฉพาะฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ ใช้วัสดุหนังแท้ หนัง Alcantara และหนังสังเคราะห์ใหม่ที่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ รวมถึงการปักสัญลักษณ์ FX4 Max ที่เป็นเอกลักษณ์บนเบาะคู่หน้า แป้นเหยียบคันเร่งสไตล์สปอร์ตแบบเดียวกับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ไปจนถึงพวงมาลัยหุ้มด้วยหนังสีดำ สีเดียวกับลวดลายตกแต่งแผงคอนโซลและขอบประตู ยกระดับความโดดเด่นและความรู้สึกที่โฉบเฉี่ยวดุดัน

       มอบความสะดวกสบายที่เหนือชั้นด้วยระบบ Keyless Entry/ Push Start หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว มาพร้อมระบบนำทาง และระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้านบนแผงคอนโซลของ FX4 Max ใหม่

       พร้อมรองรับการใช้งานของคนรักการขับขี่แบบออฟโรดตัวจริง ด้วยช่องต่อพ่วงอุปกรณ์ออฟโรด Upfitter Switch พร้อมช่องต่อ AUX 6 ตำแหน่ง เพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อและควบคุมการใช้งานอุปกรณ์เสริมต่างๆ อาทิ ชุดไฟ วินซ์ และไฟสปอตไลท์ พร้อมติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 250 แอมป์ เพื่อรองรับการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เสริม ลดการพึ่งพาแบตเตอรีภายในรถ

       “ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ เป็นสมาชิกล่าสุดที่ในตระกูลเรนเจอร์ ที่มาช่วยเสริมทัพความแกร่ง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าฟอร์ดได้ในแบบที่ไม่เหมือนใคร พร้อมให้ผู้ขับขี่พิชิตเป้าหมายและใช้ชีวิตในแบบของตัวเองได้อย่างเต็มที่ สมกับนิยามการใช้ชีวิตแบบเรนเจอร์ ‘Live The Ranger Life’ อย่างแท้จริง” นายวิชิต กล่าวเสริม

       มีสีภายนอกให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน ไลท์นิ่ง บลู, สีแดง ทรูเรด, สีขาวอาร์กติก ไวท์, สีดำ แอบโซลูท แบล็ค และสีเทา คองเคอร์ เกรย์ (ซึ่งเป็นสีเดียวกับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ โดยสีเทา จะพร้อมวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายน )

       ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 Max ใหม่ เปิดตัวพร้อมราคาสุดเร้าใจเพียง 1,189,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure และเพิ่มความอุ่นใจให้แก่ผู้ขับขี่ ด้วยการมอบการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) 

สัมผัสตัวจริงได้ที่ตัวแทนจำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ

ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม เป็นต้นไป

 

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

เครื่องยนต์ และระบบช่วงล่าง

ขุมพลังดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์ธรรมดา

ให้พละกำลังสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร

•ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้นพร้อม FOX Shock ขนาด 2 นิ้ว แบบโมโนทิวบ์ และเหล็กกันโคลง ขนาด 29 มม. 

•ระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบแหนบซ้อน พร้อม FOX Shock ขนาด 2 นิ้ว แบบมีซับแทงค์แยก เพื่อยกระดับวิสัยทัศน์การขับขี่ที่ดีขึ้น

•ล้ออัลลอย 17" ใหม่ สีโบลเดอร์เกรย์ ออฟเซ็ท +42 มม. ที่ช่วยเพิ่มฐานความกว้างของรถมากถึง 26 มม. มาพร้อมยางออลเทอร์เรนขนาด 265/70 R17

อุปกรณ์ภายนอก

กระจังหน้า F-O-R-D โดดเด่นสีเทา และมือจับภายนอกสีเทา

•ซุ้มล้อแบบใหม่ เฉพาะรุ่น FX4 Max ทั้งหน้าและหลัง

•บันไดข้างโลหะสีดำแบบออฟโรดพร้อมผิวกันลื่น เพื่อการขับขี่ผจญภัยแบบออฟโรดเต็มประสิทธิภาพ

•โรลบาร์สีดำด้าน

•การตกแต่งด้วยสีเทาโบลเดอร์เกรย์ ทั้งกระจังหน้า กันชนหน้าและหลัง ฝาครอบระบายอากาศ กระจกมองข้างสีเทา รวมถึงมือจับประตู

•ไฟหน้าแบบ LED โปรเจกเตอร์ พร้อมไฟวิ่งกลางวัน LED DTRL

•ไฟตัดหมอกหน้า

อุปกรณ์ภายใน

เบาะหนัง, หนัง Alcantara และหนังสังเคราะห์กำมะหยี่ ปักเป็นโลโก้ FX4 Max ลายคาร์บอน โดยเบาะนั่งคนขับปรับตำแหน่งได้ 6 ทิศทาง และปรับเบาะนั่งผู้โดยสารได้ 4 ทิศทาง

•คันเร่งแบบสปอร์ต (เช่นเดียวกับ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์)

•ชุดผ้ายางปูพื้นทุกตำแหน่ง

•รายละเอียดห้องโดยสารภายในหุ้มหนังสีดำ ทั้งหน้าปัด ประตู พวงมาลัย และแผงควบคุมด้านหน้ารวมถึงรอบจอแสดงผล 

ระบบและเทคโนโลยีความสะดวกสบาย 

ออฟโรด สวิทช์แบงค์ พร้อมช่องต่อ AUX 6 ตำแหน่งอยู่เหนือหน้าจอสีแบบสัมผัส สำหรับควบคุมรอก ไฟไลท์บาร์ และอุปกรณ์เพิ่มเติมที่จำเป็นสำหรับการเดินทางแบบออฟโรด

•ไดชาร์จ ขนาด 250A สำหรับรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ

•กุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

•ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ

•ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

•ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)

•กระจกไฟฟ้าพร้อมเปิด-ปิด สัมผัสเดียวและป้องกันการหนีบด้านคนขับ กระจกด้านหลังปรับไฟฟ้า

•จอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์ขนาด 4.2 นิ้ว

•ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC3 ภาษาไทย บนจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง มีระบบเชื่อมต่อบลูทูธ รองรับ Apple CarPlay สามารถควบคุมเครื่องเสียงด้วยสวิตช์บนพวงมาลัย

อุปกรณ์ และเทคโนโลยีความปลอดภัย 

ถุงลมนิรภัยคู่หน้า

•เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบระบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ

•เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดสำหรับผู้โดยสารแถวหลังทั้ง 3 ที่นั่ง พร้อมพนักพิงศีรษะ

•จุดยึดสำหรับเบาะนั่งเด็ก

•ระบบกุญแจนิรภัย พร้อมสัญญาณกันขโมย และระบบกุญแจ My Key

•สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง

•แผงไล่ฝ้ากระจกหลัง

•ไฟเบรกดวงที่สาม  

•ระบบป้องกันล้อล็อก (Anti-Lock Braking System – ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (Electronic Brake force Distribution – EBD)

•ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program – ESP) และ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control)

 

•ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) และระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ (Roll Over Mitigation)